ตำนาน เรื่องเล่า

ตำนาน ประเทศไทย

ตำนานของไทย

ท้าวแสนปม จ.กำแพงเพชร

ผีถ้วยแก้ว การะเล่นสื่อวิญญาณ

ผีเปรต สัตว์นรกในห้วงกรรม

  • ท้าวแสนปม พญานาค

    มีลักษณะเป็นงูใหญ่ที่มีหงอน

เรือนจำหลอน! บางขวางเฮี้ยน สุดสะพรึงกว่าตำนาน ‘ผีกิ่งแก้ว’

     ทุกที่มีตำนาน! ชาวบ้านเล่าความเฮี้ยนโพธิ์สามต้นใน ‘เรือนจำบางขวาง’ ด้านเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เผยประสบการณ์ขนหัวลุก พร้อมแจง ‘ผีกิ่งแก้ว’ แค่เรื่องเล่าจากสามล้อปอดแหก
จากประเด็น ประหารชีวิตนักโทษ ที่ยังเป็นข้อถกเถียงในสังคมไทย นำมาสู่ความคิดเห็นที่หลากหลาย แต่เมื่อย้อนดูตำนานเรื่องเล่าของ เรือนจำบางขวาง ที่มีเรื่องราวลี้ลับมากมาย จนกลายเป็นเรื่องเล่าสุดหลอนที่ทำให้ใครหลายคนต้องผวา

      ทางด้าน นายถกล แซ่ลิ้ม อายุ 44 ปี ชาวบ้านอาศัยบริเวณถนนประชาราษฎร์ ที่ตั้งไม่ห่างจาก เรือนจำบางขวาง ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ถึงตำนานลี้ลับละแวกคุกว่า เคยได้ยินผู้ใหญ่เล่าให้ฟังเรื่องตำนานความเฮี้ยนของ นักโทษประหารกับต้นโพธิ์สามต้นในเรือนจำบางขวาง ว่าตอนแผ่นดินวิปโยคครั้งใหญ่ มี 3 ผู้ต้องหาที่เข้ามาเกี่ยวพันคือ นายชิต นายบุศย์ และนายเฉลียว จำเลยคดีหมิ่นเบื้องสูง ถูกศาลฎีกาตัดสินโทษให้ประหารชีวิตด้วยการยิงเป้า

      ขณะที่ พวกเขายืนยันว่าตนเองไม่เกี่ยวข้องกับคดี แต่ด้วยอำนาจของศาลสูงสุด ทำให้ทั้งสามไม่สามารถฝืนชะตากรรม ดังนั้นสามนักโทษประหารชีวิต จึงได้วอนขอไปยังผู้คุมซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ ว่าเมื่อทั้งสามคนสิ้นชีพแล้ว ขอให้ปลูกต้นโพธิ์ไว้สามต้น จัดลักษณะให้เป็นสามเหลี่ยมไว้ในเรือนจำบางขวาง

       “เมื่อทั้งสามถูกประหารชีวิตด้วยการยิงเป้า ตามคำพิพากษาของศาลฎีกา แต่แล้วก็ไม่ได้มีการปลูกต้นโพธิ์ตามคำร้องขอของพวกเขา จึงเกิดเหตุการณ์ประหลาดมากมายขึ้นในเรือนจำบางขวาง ทำให้เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ตัดสินใจ ปลูกต้นโพธิ์สามต้นในลักษณะดังกล่าว ตามที่อดีตนักโทษได้ขอไว้ก่อนตาย จากนั้นเรื่องราวประหลาดทั้งหมดจึงหายไป ทุกวันนี้ต้นโพธิ์ทั้งสามก็ยังยืนตระหง่าอยู่ภายในเรือนจำ จึงเป็นตำนานเล่าขานปากต่อปากมาจนทุกวันนี้”

       นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ วัย 50 ปี ได้เผยเรื่องหลอนในเรือนจำบางขวาง ว่าหลายปีก่อนเป็นผู้คุมอยู่ที่บางขวาง มีประสบการณ์ขนหัวลุกอยู่บ่อยครั้ง ตอนทำหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยที่ ตึกขังเดี่ยว

       “วันนั้นช่วงกลางดึกต้องเข้าเวรคนเดียว ได้ยินเสียงกระป๋องน้ำอัดลมกลิ้งเป็นทางยาวบนตึกชั้นสอง เสียงกลิ้งนั้นดังอยู่นาน คิดว่านักโทษไม่ยอมนอนตามเวลา จึงไขกุญแจเพื่อเดินขึ้นไปบอกให้เข้านอนแต่พอก้าวขาเข้าไปก็ตกตะลึง เพราะฝั่งที่ขึ้นไปนั้นไม่มีผู้ต้องขังอยู่เลยแม้แต่คนเดียว และก็ไม่พบกระป๋องน้ำอัดลม จึงรีบเดินลงมาด้วยอาการเกร็งและมือที่เย็นเฉียบ”

        ส่วนอีกเรื่อง ฟังมาจากเพื่อนผู้คุมเล่าว่า ตอนนั้นเป็นช่วงพักจึงอยู่ชั้นล่าง ส่วนลูกน้องนอนอยู่ในห้องชั้นสอง พอกลางดึกลูกน้องลุกมาเข้าห้องน้ำ ซึ่งต้องเดินผ่านห้องขังในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความมืด ตอนนั้นสายตาที่เพ่งไปตามทางเดินข้าง ก็ได้พบเห็นเงาประหลาดลักษณะคล้ายผู้หญิง ลอยตัวทะลุผ่านลูกกรงห้องขังต่อหน้าต่อตา แม้จะเป็นเวลาสั้นๆ แต่ก็ทำให้ผู้คุมหวาดกลัวและไม่กล้าขึ้นไปชั้นสองอีกเลย

       ทั้งนี้ ชาวบ้านบริเวณหน้าวัดบางแพรกใต้ ได้เล่าเรื่อง ‘ผีกิ่งแก้ว’ ที่ต่างออกไปจากตำนานที่มีการเล่าต่อกันมานาน ซึ่งตามตำนานมีอยู่ว่าภายหลังจากที่มีการประหารชีวิต นางกิ่งแก้ว ลอเนินสูง ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมเด็กชายวัย 6 ขวบ วิญญาณของนางกิ่งแก้ว ยังคงวนเวียนอยู่บริเวณแถวเรือนจำบางขวาง โดยความเฮี้ยนที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ เรื่องของสามล้อที่ถูกผีกิ่งแก้วหลอก ขณะวิ่งอยู่แถวหน้าวัดบางแพรกใต้

        อย่างไรก็ตาม แม่ค้าวัย 63 ปี เล่าว่าอยู่หน้าวัดบางแพรกใต้มาตั้งแต่เกิด ยืนยันไม่เคยพบเห็นสิ่งลี้ลับที่คนต่างพูดกัน ส่วนเรื่องผีกิ่งแก้ว ล้วนเป็นเรื่องเข้าใจผิด เนื่องจากเรื่องมีอยู่ว่า ผู้หญิงคนหนึ่งได้ขึ้นสามล้อ ตอนนั้นเป็นเวลากลางคืน ทำให้ทั่วปริเวณหน้าวัดเงียบและมืดสนิท ทำให้คนปั่นสามล้อเกิดความกลัว จึงก้มลงหยิบอาวุธที่ซ่อนอยู่ใต้รถ เพื่อเอาไว้ป้องกันตัวให้อุ่นใจ

        ขณะเดียวกัน ผู้หญิงที่ใช้บริการเห็นท่าไม่ดี คิดว่าคนปั่นสามล้อจะหยิบอาวุธขึ้นมาทำร้าย จึงตัดสินใจกระโดดลงจากรถแล้ววิ่งหนี เมื่อคนปั่นสามล้อหันไปไม่พบผู้โดยสาร ก็ตกใจคิดว่าเป็นผีกิ่งแก้วมาหลอก ด้วยความกลัวจึงได้นำเรื่องนี้ไปเล่าให้คนรู้จักฟัง กลายเป็นตำนานสยองขวัญประจำย่านบางขวาง.