สลด ว่าที่เจ้าบ่าวเครียดจัดทะเลาะแฟนสาว คิดสั้นยิงตัวตายคาเรือนหอ

834276918551666689ว่าที่เจ้าบ่าวทะเลาะกับว่าที่เจ้าสาว เครียดจัดชักปืนยิงกรอกปากดับคาเรือนหอ คาดสาเหตุมาจากเรื่องหึงหวง

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ได้รับแจ้งเหตุมีคนยิงตัวตายในบ้านไม่มีเลขที่ ม.4 ต.กระดังงา อ.บางคนที จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวใต้ถุนสูง ภายในบ้านพบศพชายอายุ 44 ปี ซึ่งเป็นพนักงานดับเพลิงเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม ทราบชื่อต่อมาคือ นายสัญญา นิลเพชร เสียชีวิตโดยสวมชุดวอร์มดับเพลิงเต็มยศนอนจมกองเลือด มีอาวุธปืนยาวลูกกรดวางอยู่บนตัวลักษณะเหมือนยิงกรอกปากตัวเอง คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง

ด้านน้องชายของ นายสัญญา ผู้เสียชีวิต เผยว่า บ้านหลังนี้เป็นเรือนหอที่พี่ชายเตรียมแต่งงานกับแฟนสาวที่ทำงานในเทศบาลเมืองสมุทรสงครามที่เดียวกัน ซึ่งงานจะมีขึ้นเร็ว ๆ นี้ แต่ยังไม่ได้กำหนดวันที่แน่นอน ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณ 4-5 วัน ทั้ง 2 คนเกิดทะเลาะกันอย่างรุนแรง ตนก็ไม่ทราบว่าทะเลาะกันด้วยสาเหตุใด แต่คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องหึงหวง กระทั่งพี่ชายของตนมาฆ่าตัวตายในครั้งนี้
จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าผู้ตายน่าจะมีความหวังที่จะแต่งงาน แต่กลับมีปัญหาทะเลาะกับว่าที่เจ้าสาว จนทำให้คิดสั้นยิงตัวเองตายก็เป็นได้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ส่งศพไปชันสูตรและจะสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

พ.ต.ท. หึงโหด ยิงเมียกับกิ๊กดับคาร้านกาแฟ หลังจับได้คาหนังคาเขา

a2_240

พ.ต.ท. หึงโหด ยิงเมียกับกิ๊กดับคาร้านกาแฟ หลังจับได้คาหนังคาเขา เจ้าตัวรับสารภาพ เคยจับได้ก่อนหน้าและห้าม แต่สุดท้ายก็หนีมาพบอีก

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 พ.ต.อ. ปฏิยุทธ สิงห์สมโรจน์ ผู้กำกับ สภ.เมืองนครราชสีมา ได้รับแจ้งว่าที่ร้านกาแฟในปั๊มน้ำมัน ปตท. เยื้องตลาดบ้านดอนขวาง ต.หัวทะเล มีคนยิงกันเสียชีวิตขึ้นที่ระเบียงของร้าน ทราบชื่อคือ นายพงษ์พัฒน์ โชติชุ่ม ทนายความ วัย 59 ปี และนางจุฑาทิพย์ บัวคล้าย ข้าราชการครูโรงเรียนบ้านพระพุทธ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา วัย 45 ปี ขณะที่ผู้ก่อเหตุสวมหมวกกันน็อกหลบหนีไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายคนนี้ได้หลังโรงแรมปัญจดารา เขตเทศบาลนครราชสีมา ทราบชื่อคือ พ.ต.ท. เอกพงษ์ พรหมสุข สารวัตรฝ่ายอำนวยการ 2 ตำรวจภูธรภาค 3 วัย 48 ปี พร้อมปืนพกสั้นขนาด 9 มม.

จากการสอบสวน พ.ต.ท. เอกพงษ์ ให้การสารภาพว่า ได้ยิงนายพงษ์พัฒน์ และนางจุฑาทิพย์ ซึ่งเป็นภรรยาของตัวเอง เนื่องจากเรื่องชู้สาว โดยที่ก่อนหน้านี้ตนเคยจับได้ว่าภรรยาเป็นกิ๊กกับนายพงษ์พัฒน์ และขอห้ามไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกัน ต่อมาตนทราบเรื่องว่ามีการแอบพบกัน จึงออกตามหาจนเจอ ก่อนที่จะยิงทั้งคู่เสียชีวิต

ด้านแม่บ้านทำความสะอาด เปิดเผยว่า ตนเข้าเวรเวลาประมาณ 17.30 น. เห็นผู้ตายนั่งทานกาแฟในร้าน ก่อนมีชายสวมหมวกกันน็อกเดินขึ้นมาจ่อยิงผู้ชาย แล้วยิงฝ่ายหญิง ซึ่งฝ่ายชายพยายามวิ่งหนี แต่คนร้ายก็ยิงต่ออีก 2 นัดจนแน่นิ่ง และยิงฝ่ายหญิงซ้ำอีก 1 นัด ก่อนออกจากร้านอย่างใจเย็น

police01_2

หนุ่มจ้วงแทงเพื่อนสนิทไม่ยั้งกลางถนน ฉุนลอบอยู่กินกับเมียตัวเอง

 

a1_283
หนุ่มจ้วงแทงเพื่อนสนิทไม่ยั้งกลางถนน ฉุนลอบอยู่กินกับภรรยาตัวเอง แถมฝ่ายหญิงมีซื้อรถให้ หลอกว่าทำงานอยู่สระบุรี

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 เว็บไซต์ workpointtv.com รายงานว่า พ.ต.ท. คงคณิน ผดุงกรรณ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้รับแจ้งว่า มีเหตุทะเลาะวิวาทใช้อาวุธทำร้ายร่างกายที่ริมอุทยานสวรรค์ ตรงข้ามปากซอยหิมพานต์ 3 ถ.วงศ์สวรรค์ อ.ปากน้ำโพ จึงเข้าไปตรวจสอบ พบว่า มีนายสุทธิพงษ์ บัวรอด วัย 31 ปี นอนจมกองเลือดริมถนน ข้ามรถยนต์โตโยต้า อัลติส สีดำ ป้ายทะเบียน กจ 4894 นครสวรรค์
นอกจากนี้ ยังพบมีดปลายแหลมสำหรับปอกผลไม้ ยาวรวมด้ามประมาณ 9 นิ้ว ตก 1 เล่ม และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ป้ายทะเบียน ขงธ 318 พิจิตร

ด้านนายกฤษฎา อิ่มเขียน วัย 32 ปี ผู้ก่อเหตุ ได้รอมอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ สารภาพว่า เป็นคนลงมือจริงจากเหตุผลด้านชู้สาว ผู้ตายแอบหนีมาอยู่กินกับภรรยาตน ก่อนที่จะมีการสะกดรอยตาม

นอกจากนี้ นายกฤษฎา สารภาพอีกว่า ผู้ตายกับตนเป็นเพื่อนสนิทกัน ส่วนภรรยาก็มีการซื้อรถยนต์ให้ผู้ตายใช้ แถมบอกว่าไปทำงานที่ จ.สระบุรี แต่จริง ๆ หนีมาอยู่กินกันที่ อ.เมืองนครสวรรค์ เมื่อเห็นรถยนต์ของนายสุทธิพงษ์จอดอยู่ จึงแอบปล่อยลมยาง 4 ล้อ เดินไปซื้อมีดปลายแหลมที่ร้านค้าแฟมิลี่ มาร์ทใกล้ ๆ ดักรอผู้ตายออกมาที่รถ ตนจึงเข้าไปพูดคุย มีปากเสียงกัน ก่อนจะแทงผู้ตายแบบไม่ยั้ง เสียชีวิตในที่สุด

ทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมนายกฤษฎาไปสอบสวนทำสำนวนคดี ตั้งข้อหาเจตนาฆ่าผู้อื่นฯ ตามกฎหมายขั้นตอนต่อไป

ไม่รอด ตำรวจจับมือฆ่าลิเกสาวประเภทสอง แค้นไม่จ่ายค่าตัวหลังมีเพศสัมพันธ์

00_1

ตำรวจรวบตัวลูกจ้างร้านขายเหล็ก หลังก่อเหตุฆ่าโหดลิเกสาวประเภทสอง สารภาพแค้นมีเพศสัมพันธ์กันแล้วไม่ยอมจ่ายค่าตัว

สืบเนื่องจากกรณีที่ นายชญานนท์ หรือผึ้ง ลิเกสาวประเภทสอง อายุ 35 ปี ถูกคนร้ายใช้มีดกระหน่ำแทงเสียชีวิตภายในบ้าน ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังโทร. มานัดแนะให้ไปเจอ ญาติเผยผู้ตายใส่ทอง 2 เส้น ตำรวจสันนิษฐานเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ (อ่านข่าว ฆ่าโหดลิเกสาวประเภทสอง ได้ทองแล้วชิ่งหนี มุ่งประเด็นฆ่าชิงทรัพย์)

ความคืบหน้าล่าสุด (21 กุมภาพันธ์ 2560) ตำรวจได้จับกุมตัว นายอนุวัฒน์ เพ็งพุฒ อายุ 24 ปี หลังก่อเหตุบีบคอและใช้อาวุธมีดกระหน่ำแทง นายชญานนท์ เกิดพันธุ์ สาวประเภทสอง นักแสดงลิเกคณะ ส.สำรวมศิลป์ จนเสียชีวิตภายในห้องน้ำบ้านที่กำลังก่อสร้างหลังหนึ่งในอำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนลงมือชิงทรัพย์หลบหนีไป โดยเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่บ้านของภรรยาผู้ต้องหา

อย่างไรก็ดี นายอนุวัฒน์ ให้การรับสารภาพว่า ตนเองเป็นลูกจ้างของร้านขายเหล็ก และรู้จักกับผู้ตายมาก่อน เคยมีเพศสัมพันธ์กัน 2-3 ครั้ง และทุกครั้งจะได้เงินจากผู้ตายครั้งละประมาณ 200-300 บาท ซึ่งล่าสุดเมื่อเดือนธันวาคม ที่ผ่านมา ได้มีเพศสัมพันธ์กับผู้ตาย แต่ผู้ตายไม่ยอมจ่ายเงิน บอกจะจ่ายให้ภายหลัง

กระทั่งวันเกิดเหตุตนได้ติดต่อมาหาผู้ตายเพื่อจะขอซื้อยาบำรุงที่ผู้ตายขายอยู่ แต่ผู้ตายได้ขอให้มีเพศสัมพันธ์ด้วย จึงชวนกันเข้าไปภายในห้องน้ำที่เกิดเหตุ ก่อนที่ตนจะทวงเงินอีกครั้งจากผู้ตาย แต่ผู้ตายก็ไม่ยอมให้อีกจึงเกิดความโมโห เดินออกมาจากห้องน้ำไปหยิบอาวุธมีดมาจากภายในบ้านของผู้ตายซึ่งอยู่ใกล้กัน ก่อนมีเพศสัมพันธ์จนเสร็จ

จากนั้น ตนจึงทวงเงินผู้ตายอีกครั้ง แต่เกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง จึงใช้มือบีบคอผู้ตายแล้วใช้มีดจ้วงแทงจนเสียชีวิต ก่อนจะปลดสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท พร้อมพระเลี่ยมทอง สร้อยข้อมือ 2 สลึง แหวนอีก 1 วง หลบหนีไป และได้นำสร้อยคอทองคำของผู้ตายไปขาย เพื่อเอาเงินไปซื้อแหวนทอง 2 วง ไปให้กับภรรยาของตนเอง

หนุ่มพิษณุโลกฉุนจัด กดเอทีเอ็มเงินไม่ออก คว้าก้อนปูนทุบจอกระจุย

Untitled-7-500x281หนุ่มพิษณุโลกเที่ยวสถานบันเทิง ออกมากดเงินที่ตู้เอทีเอ็มหลายครั้งแต่เงินก็ไม่ออก โมโหสุดขีดคว้าก้อนอิฐปูนซีเมนต์ทุบจนจอแตกกระจุย

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งเหตุมีคนทุบทำลายตู้เอทีเอ็มบริเวณหน้าร้านขายอาหารแช่แข็ง ถ.พระองค์ดำ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ
โดยที่เกิดเหตุพบตู้เอทีเอ็มของธนาคารออมสิน ถูกทุบหน้าจอแตกละเอียด ด้วยก้อนอิฐปูนซีเมนต์ซึ่งยังคาอยู่ที่ตู้เอทีเอ็มอีกด้วย ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อ นายปรัชญา อนุวงศ์นวรัตน์ อายุ 28 ปี ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่

จากการสอบสวนเบื้องต้น ให้การว่า ตนได้มาเที่ยวสถานบันเทิงกับกลุ่มเพื่อน ๆ ใกล้จุดเกิดเหตุ ต่อมาได้ขอตัวออกมากดเงินที่ตู้เอทีเอ็มดังกล่าว แต่ทำรายการแล้วไม่มีเงินออกมาจากเครื่อง ตนจึงกดซ้ำอยู่หลายรอบแต่ก็ไม่สำเร็จ จึงโมโหและใช้มือทุบตู้เอทีเอ็มไปหลายครั้ง ก่อนจะเหลือบไปเห็นก้อนอิฐปูนที่วางอยู่ใกล้ ๆ ตู้ ตนเลยหยิบมาทุบจนหน้าจอแตกดังกล่าว

สุดบรรยาย พ่อค้าชานมไข่มุกเผยโดนมีดจ่อคอ มีเงินแค่ 300 โจรยังจะเอา

3227

พ่อค้าเข็นรถขายชานมไข่มุกจากคลิปที่ถูกโจรจี้ชิงทรัพย์กลางถนน เผยถูกใช้มีดจี้คอและข่มขู่จึงรีบส่งเงินให้ แม้ทั้งวันจะขายมาได้แค่ 300 บาท

กรณีที่โลกออนไลน์แชร์คลิปจากกล้องวงจรปิดที่จับภาพได้ว่ามีโจรรายหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์ประกบพ่อค้าเข็นรถขายชานมไข่มุกข้างถนน โดยตอนแรกทำทีซื้อของ ก่อนฉวยโอกาสเข้าจี้ชิงทรัพย์กลางวันแสก ๆ ก่อนหลบหนีไปนั้น (อ่านข่าว : โจรสุดสิ้นคิด ขี่มอเตอร์ไซค์ปล้นพ่อค้ารถเข็นริมถนน เย้ยกฎหมายกลางวันแสก ๆ)
ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 ทราบว่าที่เกิดเหตุคือบริเวณหน้าร้านโชคดี สเต๊ก ถนนนครอินทร์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี ซึ่งมีนายวรพรรษ อินทร์หนู อายุ 32 ปี เป็นเจ้าของร้าน โดยเจ้าตัวเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 16.46 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 ซึ่งวันนั้นตนไม่ได้เปิดร้าน แต่ดูจากคลิปแล้วเชื่อว่าคนร้ายขี่รถมุ่งหน้าไปทางแยกพระราม 5
นายวรพรรษ เผยอีกว่า จากการสอบถามนายมน พ่อค้าชาวเมียนมาที่ถูกปล้นซึ่งเข็นรถผ่านหน้าร้านเป็นประจำ ได้ความว่า ถูกคนร้ายใช้อาวุธมีดจี้ที่คอและข่มขู่ว่ามีเงินเท่าไหร่เอามาให้หมด ซึ่งวันนั้นนายมนขายได้เพียง 300 บาท หลังถูกคนร้ายล็อกที่คอจึงได้หยิบเงินในกระเป๋าผ้ากันเปื้อนส่งให้ก่อนที่คนร้ายจะหลบหนีไป

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองนนทบุรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมภาพจากกล้องวงจรปิด โดยหลังจากนี้จะทำการไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนีเพื่อหารูปพรรณสัณฐานคนร้ายและรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ เพื่อหาตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ห้างดังกลุ้ม โจรเวียดนามบินลักเสื้อผ้ากลางห้าง ตำรวจอ้าง มีแค่คลิปทำอะไรไม่ได้ !

1_6แฉแก๊งโจรเวียดนามเหิม รวมกลุ่มขโมยเสื้อในห้างดังย่านสยามแทบทุกวัน ซ้ำแจ้งความคดีไม่คืบ ตำรวจอ้างมีแค่คลิปทำอะไรไม่ได้

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 เพจเฟซบุ๊กแหม่มโพธิ์ดำ เผยเรื่องราวสุดหนักใจของร้านขายเสื้อผ้าชื่อดังหลายแห่งในย่านสยาม ที่กำลังโดนแก๊งมิจฉาชีพชาวเวียดนามเข้ามาขโมยชุดหลายครั้ง แต่ทางเจ้าหน้าที่แทบไม่สามารถตามตัวได้ทั้งที่มีหลักฐานชัดเจน

3_5

โพสต์ดังกล่าว เป็นเรื่องราวของร้านเสื้อในห้างดังแห่งหนึ่ง ซึ่งมีสาขาทั้งที่ สยามเซ็นเตอร์ และเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งปัจจุบันถูกแก๊งขโมยชาวเวียดนาม ซึ่งมีคนไทยปะปนอยู่ด้วย เข้ามาขโมยของในร้านบ่อยครั้ง โดยทางพนักงานที่ร้านได้ถ่ายคลิปโจร รวมถึงได้เข้าแจ้งความให้ปากคำกับตำรวจหลายครั้ง แต่โจรเหล่านี้ก็แทบไม่เคยถูกจับได้ ซ้ำทางตำรวจยังบอกว่า มีแค่คลิปทำอะไรไม่ได้หรอก จึงรู้สึกหมดหวังในเรื่องนี้มาก

ทั้งนี้หลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปก็มีผู้คนในโลกออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยส่วนใหญ่ไม่พอใจกับคำพูดของตำรวจที่ว่ามีคลิปก็ทำอะไรไม่ได้ รวมถึงเห็นใจร้านค้าในละแวกนั้นที่ไม่รู้จะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร

รวบครูสาวคลั่ง บงการสั่งฆ่า ร.ต.ท. สามีตัวเอง แค้นจัดหลังจับได้แอบซุกกิ๊ก

snapshot_16

ตำรวจทุ่งสง จับกุมผู้บงการฆ่า ร.ต.ท. คือภรรยาผู้ตายที่มีอาชีพเป็นครู เผยแค้นที่สามีซุกกิ๊ก ก่อนนำเงิน 150,000 จ้างคนขี่รถตามยิงดับ

จากกรณีสองคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ไล่ยิงสังหาร ร.ต.ท. วิชัย สีดารอด อายุ 61 ปี อดีตตำรวจตระเวนชายแดนที่ 42 ค่ายศรีนครินทรา อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ขณะที่ผู้ตายกำลังกลับบ้านหลังจากไปส่งภรรยาที่ทำงานเป็นครูในโรงเรียนแห่งหนึ่ง โดยตำรวจมุ่งประเด็นความขัดแย้งส่วนตัวเพราะผู้ตายเป็นคนพูดจาโผงผางไม่กลัวใคร ดังที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 พล.ต.ต. วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช ได้เดินทางมายัง สภ.ทุ่งสง เพื่อร่วมสอบปากคำ นางเรวดี สีดารอด อายุ 53 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต นอกจากนี้ยังติดตามไปจับกุมตัว นายอรุณเดช จันทร์ปรุง อายุ 39 ปี มาสอบสวน หลังพบภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าโรงเรียนทำให้ทราบว่าชายรายนี้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

00_30

หลังสอบสวนนางเรวดี สารภาพว่า ตนเป็นคนว่าจ้างให้นายอรุณเดช ไปหามือปืนมายิงสามีตัวเอง เหตุไม่พอใจที่สามีแอบไปมีกิ๊ก รวมถึงตนยังถูกทำร้ายตบตี จึงตัดสินใจนำเงิน 150,000 บาท ไปใช้จ้างวานฆ่า โดยจ่ายให้ไปก่อนจำนวน 17,000 บาท เพื่อเป็นค่าก่อเหตุดังกล่าว

ทั้งนี้ หลังได้รับข้อมูลทางตำรวจจึงไปค้นบ้านนายอรุณเดช ตำรวจพบอาวุธปืนพกขนาด .357 พร้อมกระสุนปืน 6 นัด นอกจากนี้ยังพบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยอีก 2 คัน จึงยึดมาตรวจสอบทั้งหมด เบื้องต้น นายอรุณเดช ให้การปฏิเสธ แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ ก่อนจะคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หนุ่มแค้นจัด โดนห้ามเข้าคอนเสิร์ตที่อยุธยา คว้าปืนเอ็ม 16 หวังไปถล่มยิง

3_326

หนุ่มแค้นปมคอนเสิร์ตไม่ให้เข้างาน แบกปืนเอ็ม 16 กะเข้ายิงถล่ม แต่เจอด่านตำรวจจึงถูกยิงสกัด ด้านคนขับรถหลบหนีได้เจ้าหน้าที่เร่งล่าตัว

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุยิงกัน บริเวณถนนข้างวัดภูเขาทอง ม.5 ต.ลุมพลี มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ เป็นถนนเลียบพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง วัดภูเขาทอง พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อจีพีเอ็กซ์ ล้มคว่ำอยู่ ใกล้กันพบนายสรศักดิ์ สุขสังวร อายุ 23 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงที่ขาขวาได้รับบาดเจ็บ จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ห่างออกไปบริเวณริมถนนพบอาวุธปืนเอ็ม 16 สภาพดัดแปลงตกแต่ง เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนพบว่านายสรศักดิ์ ที่เพิ่งพ้นโทษข้อหาปล้นรถจักรยานยนต์มาได้ไม่นาน ได้ชวนนายเรวัตร แดงหลุ่ม อายุ 28 ปี และเพื่อน ๆ ไปเที่ยวงานคอนเสิร์ตหนึ่ง แต่ปรากฏว่าทางผู้จัดงานไม่ให้เข้า ทั้งหมดจึงไปนั่งดื่มสุรากัน และยังไม่หายโมโหที่ถูกห้าม จึงตั้งใจจะเอาปืนไปยิงถล่มงานดังกล่าว ขณะที่ทั้งคู่ขี่จักรยานยนต์มาก็ได้เจอกับด่านตำรวจ ซึ่งนายเรวัตรที่เป็นคนขับได้ทิ้งรถจักรยานยนต์และวิ่งหนีเข้าป่าไป แต่นายสรศักดิ์กลับยกปืนเอ็ม 16 เล็งใส่ จึงถูกเจ้าหน้าที่ยิงขาได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

แม่ใจสลาย วอนรื้อคดีลูกชายตายปริศนา ถูกเพื่อนตามฆ่าแต่กลับสรุปว่าจมน้ำ

1_549แม่วอนตำรวจรื้อคดีลูกชายจมน้ำตายที่ จ. พิษณุโลก มั่นใจถูกวัยรุ่นฆาตกรรม พยายามหาหลักฐานมาพิสูจน์นานกว่า 3 ปี แต่ทำอะไรไม่ได้ ขอพลังชาวโซเชียลช่วยคืนความเป็นธรรมให้ลูกชาย

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 เฟซบุ๊กเพจ แหม่มโพธิ์ดำ ได้แชร์เรื่องราวของหญิงรายหนึ่ง ที่ก่อนหน้าเมื่อปี 2557 ลูกชายของเธอเสียชีวิตปริศนาจากการจมน้ำที่บ่อดินในจังหวัดพิษณุโลก แต่เชื่อว่าแท้จริงแล้วลูกชายถูกทำร้ายร่างกาย และมีหลักฐานร่องรอยพอจะพิสูจน์ได้ว่าลูกชายถูกฆาตกรรม แต่ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผลเนื่องจากฐานะไม่เอื้ออำนวย จะมาขอพลังชาวโซเชียลช่วยทวงคืนความยุติธรรมจากการเสียชีวีตของลูกชาย

โดยเรื่องราวมีอยู่ว่า เมื่อวันที่ 3 เมษายน ปี 2557 เด็กชาย ศุภชัย ธรรมานุพัฒน์ชื่อเล่นว่าต๊อก ได้เสียชีวิตลงอย่างเป็นปริศนา ในตอนแรกคุณแม่ของต๊อกเชื่อว่า น้องจมน้ำตายที่บ่อดินในจังหวัดพิษณุโลก เนื่องจากเพื่อนสองคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุตัวเปียกปอนและสั่นเทาและชี้แจงทุกคนว่าเช่นนั้น ซึ่งขัดกับพยานแวดล้อมที่ยืนยันว่านอกจากเด็กสองคนที่มากับต๊อก ยังมีกลุ่มวัยรุ่นหลายคนลงไปแถวบ่อด้วย แถมพอวันสุดท้ายก่อนเผา แม่ก็ฝันถึงต๊อก น้องพูดว่า “ต๊อกจะไม่ยอม ต๊อกจะเอาคนที่ ทำร้ายต๊อกมาพูดให้ได้”

2_415

จากนั้น พอวันรุ่งขึ้นเพื่อนคนที่อยู่ในเหตุการ์ณที่น้องต๊อกตายนั้นก็ร้องไห้ฟูมฟายมาในงานศพว่า “ต๊อกไม่ได้จมน้ำตายเอง ต๊อกโดนกลุ่มวัยรุ่นทำร้าย”จนแขกมากมายได้ยินกันหมด จึงขอรื้อคดีอีกยกเลิกเผาทันทีในวันนั้น แม่เลยส่งน้องไปชันสูตรเพิ่มเติมหลาย ๆ ที่ ผลออกมาว่าน้องถูกฆาตกรรม มีทั้งซี่โครงหัก รอยช้ำตามลำตัว รอยนิ้วตามลำคอ ทุกอย่างชี้ให้เห็นว่าน้องต๊อกไม่ได้ตายจากการจมน้ำ

ถึงแม้คุณแม่ต๊อกจะยากจน แต่ด้วยความมั่นใจว่าบุตรชายถูกฆาตกรรม ช่วงแรกคุณแม่จึงปักหลักนอนที่วัดเผื่อเฝ้าศพบุตรชาย พอหลังศพถูกนำไปชันสูตรอีกครั้ง คุณแม่ก็ตะลุยไปหน่วยงานต่าง ๆ 20 กว่าแห่งเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม เพื่อหวังเรียกร้องความยุติธรรมให้บุตรชายตามที่น้องได้มาเข้าฝันขอให้แม่จับผู้ร้ายตัวจริงมาให้ได้

ทั้งนี้ เหตุการณ์จริงน่าจะเกิดจากการที่น้องต๊อกโดนรุมทำร้ายร่างกายก่อน จากกลุ่มวัยรุ่นแล้วจากนั้นเพื่อนสนิท 2 คนที่ไปด้วยกันก็ช่วยกันรุมทำร้ายจนน้องต๊อกแย่ ไม่มีทางสู้อะไรเลย แล้วน้องต๊อกยกมือร้องขอชีวิตเขาแต่ไม่เป็นผล แล้ววัยรุ่นก็จากไป จากนั้นเพื่อนสนิท 2 คนช่วยกันจับแขนและขาน้องต๊อกลากลงในน้ำตื้น บีบคอน้องต๊อก ระหว่างนั้นน้องต๊อกสู้ด้วยการเอาเล็บข่วนที่แขนเพื่อนอีกคนจนเป็นแผล แล้วหมดลมหายใจ เพื่อน 2 คนจึงปล่อยร่างน้องต๊อกลงไปในน้ำซึ่งไม่ลึก แล้วเพื่อน 2 คนนั้นไปยืนอยู่บนขอบบ่อดินขุดแล้วจึงไปเรียกคนงานก่อสร้างระแวกนั้นว่าเพื่อนผมจมน้ำตาย พยานแวดล้อมแจ้งว่า น้ำนิ่งมาก ไม่เหมือนการจมปกติที่จะต้องมีน้ำจะมีการเคลื่อนไหวที่เกิดจากคนดิ้น