พ่อแม่แอบเนียน ปลอมเป็นคนไข้ในห้องฉุกเฉิน เพื่อหวังจะได้ใช้เวลาอยู่กับลูก

jeen1

พ่อแม่ชาวจีน แอบเนียนปลอมเป็นคนไข้ในห้องฉุกเฉิน เพื่อให้ได้ใช้เวลาอยู่กับลูกสาวคนเดียว ในช่วงเทศกาลตรุษจีน หลังลูกติดภารกิจในโรงพยาบาลจนกลับบ้านไม่ได้

อย่างที่เราทราบกันดีว่าผู้ที่ทำงานในแวดวงการแพทย์นั้นต่างก็เป็นผู้เสียสละ ที่แม้แต่ในวันหยุดเทศกาลต่าง ๆ คนเหล่านี้ก็ยังมีภาระที่ต้องรับผิดชอบชีวิตคนไข้ ไม่ได้หยุดพักไปใช้เวลาร่วมกับครอบครัวเช่นคนอื่น ๆ ทั่วไป และนั่นจึงเป็นเหตุผลที่พ่อแม่ของ หยวนซีซี พยาบาลสาวซึ่งประจำการอยู่ในแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลแม่และเด็กแห่งหนึ่ง ในเมืองฉางซา มณฑลหูหนาน ประเทศจีน ตัดสินใจเดินทางจากบ้านเกิดในมณฑลเสฉวน มาหาลูกสาวถึงที่ทำงาน เพียงเพื่อจะได้ใช้เวลาในคืนก่อนเทศกาลตรุษจีนร่วมกับลูกสาวคนเดียวของพวกเขา

จากรายงานของสำนักข่าว China Xinhua News ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 เผยว่า หยวนซีซี ได้ต้อนรับพ่อกับแม่ของเธอด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข แม้ว่าเธอจะมีภารกิจรัดตัว ไม่มีเวลาได้พูดคุยอยู่กับพวกท่านนานนัก แต่เธอก็ไม่พลาดที่จะกินอาหารร้อน ๆ ที่พ่อแม่อุตส่าห์นำมาให้ โดยมีพ่อกับแม่เฝ้ามองลูกสาวด้วยรอยยิ้มปลื้มปีติ

หลังจากที่กินอาหารอย่างรีบเร่งแล้ว พยาบาลสาวก็ต้องรีบกลับไปทำงานของเธอต่อ แม้จะทราบเช่นนั้นแต่พ่อแม่ของเธอก็ยังไม่อยากจากลูกสาวไป หลังจากปรึกษากันแล้วทั้งคู่จึงตัดสินใจแกล้งทำตัวเป็น “คนไข้” นั่งอยู่ในห้องให้น้ำเกลือฉุกเฉิน เพื่อที่จะได้แอบมองลูกสาวที่วุ่นอยู่กับการทำงานอย่างเงียบ ๆ เป็นการฉลองวันปีใหม่ของจีนอย่างพร้อมหน้าทั้งครอบครัว แม้จะไม่ได้นั่งล้อมวงกินข้าวหรือพูดคุยสังสรรค์แบบครอบครัวอื่นก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ยังมีเซอร์ไพรส์ที่น่าอบอุ่นรอพยาบาลสาวรายนี้อยู่ เมื่อว่าที่สามีของเธอ พร้อมด้วยพ่อและแม่ของเขาได้นำเกี๊ยวน้ำ ผลไม้ และขนมมาที่โรงพยาบาล เพื่อมาฉลองวันตรุษจีนด้วยกันกับเธอ ด้วยเหตุนี้พวกเธอจึงได้ฉลองเทศกาลตรุษจีนด้วยกันเป็นครอบครัวใหญ่ ณ แผนกฉุกเฉินในโรงพยาบาลแห่งนี้

jeen2 jeen3

คสช. โต้ รัฐประหารวัดจากสถิติไม่ได้ หลังสื่อสหรัฐฯ รายงานไทยเสี่ยงรัฐประหาร

a1_218

รายงานจากวอชิงตันโพสต์ ชี้สถิติไทยเสี่ยงรัฐประหาร ปี 2560 โฆษก คสช. โต้ รัฐประหารวัดจากสถิติไม่ได้ ไม่มีอะไรน่ากังวล ซัดทำไมไม่มีบทวิเคราะห์ประเทศตัวเอง

จากกรณีที่เว็บไซต์วอชิงตันโพสต์ ได้รายงานบทวิเคราะห์ว่าประเทศไทยติดอันดับ 2 ของประเทศที่มีความเป็นไปได้ในการเกิดรัฐประหารขึ้นในปี 2560 ซึ่งเป็นการคาดการณ์ด้วยข้อมูลทางสถิติ

ล่าสุดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 พ.อ. ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช. ระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า โลกแห่งความจริงนั้น การรัฐประหารไม่สามารถคำนวณได้ด้วยค่าสถิติทางตัวเลข แต่การรัฐประหารในแต่ละครั้งล้วนเกิดจากเงื่อนไขความจำเป็นและสภาวะแวดล้อมที่สุกงอมของสถานการณ์แล้วเท่านั้น

พ.อ. ปิยพงศ์ กล่าวว่า หากจะยึดตามผลวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติของวอชิงตันโพสต์นั้น ก็จะเห็นได้ว่า ประเทศไทยมีความเสี่ยงในการเกิดรัฐประหารแค่เพียง 11 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นั่นย่อมหมายความว่า โอกาสที่ไทยจะไม่เกิดการรัฐประหารมีสูงถึง 89 เปอร์เซ็นต์ จึงไม่มีอะไรน่ากังวลแม้แต่น้อยและตราบใดก็ตามที่รัฐบาลยังคงทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชน จนได้รับความนิยมอยู่ในระดับสูง เหมือนดังเช่นรัฐบาลชุดปัจจุบัน ฉะนั้นการทำรัฐประหาร โดยที่ประชาชนไม่ยอมรับ จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้ ข้อสังเกตประการหนึ่งคือ บทวิเคราะห์นี้ไม่ได้มีการกล่าวถึงรายงานบทวิเคราะห์การเกิดรัฐประหารของประเทศเจ้าของเว็บไซต์วอชิงตันโพสต์ แต่อย่างใด

เปิดสภาพ บ้านโลงศพ ที่ซุกหัวนอนขนาดจิ๋ว ที่ชาวฮ่องกงใช้อาศัยนอน

home1 home2

ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยกลายมาเป็นวิกฤตที่ชาวเมืองในฮ่องกงต้องเผชิญและอดทนอยู่กับมันตลอดระยะหลายปีที่ผ่านมา ด้วยค่าครองชีพที่สูงติดอันดับโลก ประกอบกับอัตราค่าเช่าที่อยู่อาศัยซึ่งพุ่งสูงขึ้นเกือบ 50% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้คนธรรมดาทั่วไปไม่สามารถแบกรับภาระค่าเช่าไหว จำต้องระเห็จออกไปหาที่ซุกหัวนอนที่พวกเขาพอจะจ่ายไหวแทน

และนั่นทำให้ห้องพักขนาดเล็กที่เรียกว่า บ้านโลงศพ (coffin home) ซึ่งมีพื้นที่คับแคบไม่ต่างจากโลงศพ กลายมาเป็นที่นิยมแพร่หลายในหมู่ชาวฮ่องกงผู้ยากไร้ โดยเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2560 เว็บไซต์เดลี่เมล เผยว่า หว่องจื่อวา คือหนึ่งในผู้อาศัยอยู่ในห้องเพดานต่ำ ซึ่งมีพื้นที่เพียง 1.9 ตารางเมตร แม้สถานที่สุดแออัดไม่ต่างจากรูหนูนี้จะดูไม่น่าอภิรมย์นัก แต่สำหรับเขาแล้วมันก็คือ “บ้าน” ที่ดีที่สุดเท่าที่เขาสามารถหาเช่าได้ ด้วยเงินที่มีอยู่

แม้ว่าที่แห่งนี้จะดูคับแคบ แต่มันก็คงจะดูมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า บ้านแบบกรง (caged homes) ซึ่งใช้กรงกั้นเป็นห้องไม่ต่างจากกรงสัตว์ ที่นายหว่องเคยใช้ชีวิตอยู่มานานถึง 20 ปี ในค่าเช่าเดือนละ 226 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7,900 บาท) ก่อนที่บ้านโลงศพเช่นนี้จะกลายมาเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย โดยหลังจากที่ราคาเช่าบ้านเริ่มสูงขึ้น ก็มีอพาร์ตเมนต์จำนวนไม่น้อยที่หันมาใช้วิธีกั้นห้องเพิ่ม ทำเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ราคาไม่สูงเกินเช่นนี้ เพื่อตอบสนองคนจำนวนมากที่ต้องการหาห้องเช่าราคาถูก

home3

ทั้งนี้นายหว่องเผยว่า เขาเคยลงทะเบียนเพื่อขอเข้าไปอยู่ในที่อยู่อาศัยที่รัฐจะจัดหาให้แล้ว แต่ผ่านไป 2 ปีก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้รับการตอบรับ และไม่รู้ด้วยว่าต้องทนรออีกนานเพียงไร

ขณะที่รัฐบาลฮ่องกงมีแผนเตรียมสร้างอพาร์ตเมนต์อีกกว่า 460,000 แห่ง ภายใน 10 ปีข้างหน้าเพื่อแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย แต่ถึงอย่างนี้ เจ๋อไหลซาน นักสังคมสงเคราะห์ มองว่าสิ่งที่จำเป็นในการแก้ปัญหาวิกฤตที่อยู่อาศัย น่าจะเป็นนโยบายระยะสั้นมากกว่า เพราะการอาศัยอยู่ในที่คับแคบเช่นนี้ อาจส่งผลกระทบต่อจิตใจและสภาพทางสังคมของผู้คนได้ พวกเขาไม่มีที่พอจะเหยียดขาด้วยซ้ำ ไหนยังจะต้องทนกับมลพิษทางอากาศและสภาพแวดล้อมอีก

อนึ่ง แม้ทางรัฐบาลจะให้ข้อมูลว่ามีคนที่อาศัยอยู่ในห้องพักเล็กเท่ารูหนูเช่นนี้เกือบ 200,000 คน แต่นายเจ๋อเชื่อว่าตัวเลขจริง ๆ น่าจะเยอะกว่านั้นมาก