จีนพบแมลงยักษ์ลำตัวยาวกว่า 40 เซนติเมตร… ขยี้ตาแป๊บ นี่มันกิ่งไม้ชัด ๆ

longinsect1

ดูให้ดี นี่ไม่ใช่กิ่งไม้ แต่เป็น แมลงกิ่งไม้ขนาดยักษ์ ลำตัวยาวมากกว่า 40 เซนติเมตร ถูกพบในอุทยานแห่งชาติทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นในพื้นที่

การพรางตัวของสัตว์ให้ดูกลมกลืนไปกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อความอยู่รอด หรือเพื่อหลอกล่อเหยื่อ ล้วนนับว่าเป็นความสามารถพิเศษที่ทำให้บรรดามนุษย์อย่างเรา ๆ รู้สึกอัศจรรย์ใจมาแล้วหลายต่อหลายครั้งด้วยกัน เช่นเดียวกับแมลงยักษ์ตัวนี้ที่เรียกกันว่า แมลงกิ่งไม้ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าจะต้องเหมือนกิ่งไม้อย่างแน่นอน แต่ที่น่าตกใจก็คือ ไม่คิดว่านอกจากลักษณะภายนอกคล้ายแล้ว ลำตัวมันยังจะยาวเหมือนกับกิ่งไม้เป๊ะเลย

โดยเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 เฟซบุ๊กสำนักข่าวพีเพิลส์เดลี่ของจีน ได้เผยภาพชวนอึ้งของแมลงกิ่งไม้ขนาดใหญ่ยักษ์ วัดความยาวของลำตัวได้มากถึง 40 เซนติเมตร โดยเพิ่งถูกพบที่อุทยานแห่งชาติ Puer Sun River ในมณฑลยูนนาน ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา
โดยแมลงกิ่งไม้ขนาดยักษ์นี้ สร้างความตื่นตาและประหลาดใจให้กับผู้ที่ได้เห็นเป็นอย่างมาก โดยมันถูกเรียกว่าเป็นแมลงกิ่งไม้ที่ใหญ่ที่สุด เท่าที่เคยมีการพบเห็นมาก่อนภายในพื้นที่ดังกล่าวเลยทีเดียว

พล.อ. ประวิตร เผยถูกขู่ฆ่าผ่านโซเชียล ล่าสุดคุมตัวมือโพสต์ได้แล้ว 1 ราย

PW

พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เผย ถูกขู่ฆ่าผ่านโลกออนไลน์ แต่ไม่หวั่นเพราะมาทำงานเพื่อบ้านเมือง ล่าสุดคุมตัวมือโพสต์ได้แล้ว 1 ราย

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า ตนเองถูกขู่ฆ่าบนโลกออนไลน์ แต่ยืนยันว่าไม่หวั่นไหว เพราะตนทำงานเพื่อบ้านเมือง ส่วนสาเหตุที่พุ่งเป้ามาที่ตนก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเพราะอะไร

ด้าน พล.อ. เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ยอมรับว่า มีคนคิดเรื่องลอบสังหารพลเอก ประวิตร และนายกฯ จริง แต่ที่ผ่านมากองทัพมีการวางระบบรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญในรัฐบาลที่ค่อนข้างเข้มงวด จึงมั่นใจว่าจะไม่มีเหตุการณ์ใด ๆ เกิดขึ้นกับผู้นำคนสำคัญของรัฐบาล ส่วนเหตุที่ พล.อ. ประวิตร กลายเป็นเป้าลอบสังหารนั้น น่าจะเป็นเพราะ พล.อ. ประวิตร เป็นหัวใจของความมั่นคง
ล่าสุด มีรายงานข่าวจากกองทัพบกแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวคนโพสต์ข้อความข่มขู่ลอบสังหาร พล.อ. ประวิตร ได้แล้ว 1 คน แต่ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อ โดยอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบและขยายผลต่อไป

เริ่มเห็นความหวัง! ครูภูฎานที่หายตัวไป ล่าสุดพบเห็นที่สำโรง-ปากน้ำ

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 จากกรณีที่คณะครูจากประเทศภูฏาน เดินทางมาดูงานในประเทศไทย แล้วนายฮากา บาฮาดู ซับบา อายุ 40 ปี ได้พลัดหลงกับคณะ และได้ขึ้นรถโดยสารหายไป เมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยมีการแจ้งความคนหายไว้ที่ สน.บางซื่อ ล่าสุดมีผู้พบเห็นนายฮากา ปรากฏตัวในเขตจ.สมุทรปราการ โดยภาพวงจรปิดภายในปั๊มน้ำมัน ป.ต.ท.บนถนนสุขุมวิท ต.สำโรงเหนือ อ.มืองสมุทรปราการ บันทึกภาพบุคคลคล้ายนายฮากา

ไว้ได้โดยนายฮากา ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเสื้อเชิ๊ตลายสก็อต สีฟ้า กางเกงแสล็คขายาวสีครีม ร่างกายมอมแมม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมา เมื่อวานนี้ (วันที่ 31 ม.ค.60) แม่ค้าอาหารตามสั่งใกล้กับปั๊ม ป.ต.ท.ริมมถนนสุขุมวิท ต.ปากน้ำ อ.เมืองสมุทรปราการ ห่างจากปั๊ม ป.ต.ท.ในภาพจงจรปิดประมาณ 2 กม. โดยแม่ค้าเล่าว่า พบชายคล้ายกับนายฮากา ที่ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในจ.สมุทรปราการ ได้พิมพ์ภาพของนายฮากา แจกจ่ายและปิดประกาศตามสถานที่สาธารณะ ซึ่งแม่ค้าได้เปิดเผยว่า ชายคนดังกล่าวมายืนบังหน้าร้าน พูดจาไม่รู้เรื่องคล้ายจะมาขอข้าวกิน จึงได้ไล่ออกไปไมให้ขวางหน้าร้าน

โดยที่ไม่ทราบว่าเป็นบุคคลที่กำลังตามหากันอยู่ ต่อมาทางเอกอัครราชทูตภูฏานได้เดินทางไปยัง สภ.สำโรงเหนือ เพื่อร่วมประชุมหารือและติดดตามนายฮากา ที่คาดว่าน่าจะยังอยู่ในเขตพื้นที่ จ.สมุทรปราการ โดยนายอธิวัฒน์ ทองอ้น เลขานุการเอกอัครราชทูตภูฏาน ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางคณะเริ่มมีความหวังมากขึ้น เมื่อทางเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งค้นหา ซึ่งทางนายฮากา พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย คงจะไม่ได้ไม่ไกล และขอภาวนาให้นายฮากา ไม่ขึ้นรถต่อออกนอกพื้นที่ที่ค้นหา จึงขอประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนที่พบเห็นนายฮากา ตามรูปที่ปรากฏในข่าว ให้ช่วยพาส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อประสานผู้เกี่ยวข้องไปรับตัวต่อไป

แม่ไผ่ ดาวดิน วิ่งเอาหัวชนกำแพง ร่ำไห้หนัก ขอแลกชีวิตกับความยุติธรรมให้ลูก

82760d5c-4e4c-4e23-b098-215687983d53

ศาลฝากขัง ไผ่ ดาวดิน ต่อ ผลัดที่ 6 ด้านแม่ ร่ำไห้หนัก แถลงขอความเป็นธรรม วิ่งเอาหัวชนกำแพง หวังแลกชีวิตตัวเองเรียกร้องความยุติธรรมให้ลูก

จากกรณีที่ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ตนได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม ในความผิดตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการแชร์ข้อความจากสำนักข่าวต่างประเทศนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 ศาลจังหวัดขอนแก่น ได้ขอเบิกตัวนายจตุภัทร์ มาทำการพิจารณาฝากขังผลัดที่ 6 ตามการร้องขอของพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร อย่างเข้มงวด โดยมี นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ พร้อมด้วยกลุ่มแกนนำประชาธิปไตยใหม่อีสาน และผู้ให้การสนับสนุน มาเข้าเยี่ยมและขอพบ พร้อมร่วมรอฟังคำสั่งศาล

ด้านนางพริ้ม บุญภัทรรักษา แม่ของนายจตุภัทร์ ระบุว่า ที่ผ่านมา 5 ครั้ง ทำให้รู้ว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยเป็นอย่างไร ลูกของตนเป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่งซึ่งก็มีสิทธิอันพึงได้รับ โดยระเบียบมีระบุไว้แล้วทั้งหมด การขอฝากขังครั้งนี้ซึ่งเป็นครั้งที่ 6 ก็ยังหวังอำนาจศาลได้พิจารณาอีกครั้ง เมื่อความยุติธรรมไม่เกิดขึ้นกับลูกก็ต้องเรียกร้องความชอบธรรมและความถูกต้อง ก่อนจะตัดสินใจวิ่งชนกำแพง และใช้หัวโขกกำแพง พร้อมขอแลกชีวิตกับลูก เพื่อให้ลูกได้อิสรภาพ

ด้านทนายความของนายจตุภัทร์ เผยว่า การยื่นขอประกันตัวในครั้งนี้ เพื่อให้ศาลพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาคดี ซึ่งศาลจังหวัดขอนแก่นได้ยกคำร้อง ด้วยเหตุผลที่ศาลมีคำพิพากษาในลักษณะเดียวกันกับที่ผ่านมา ซึ่งทำให้นายจตุภัทร์ต้องถูกส่งตัวจากศาลจังหวัดขอนแก่น ไปยังเรือนจำกลางขอนแก่นอีกครั้งเพื่อทำการควบคุมตัวอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี รายงานข่าวระบุว่า ระหว่างพิจารณาฝากขังนั้น ศาลได้ห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาในห้องพิจารณาคดี ทั้งนี้มีรายงานว่าทางครอบครัวของนายจตุภัทร์ เตรียมใช้หลักทรัพย์ในการยื่นขอประกันตัวอีกครั้ง

พ่อแม่แอบเนียน ปลอมเป็นคนไข้ในห้องฉุกเฉิน เพื่อหวังจะได้ใช้เวลาอยู่กับลูก

jeen1

พ่อแม่ชาวจีน แอบเนียนปลอมเป็นคนไข้ในห้องฉุกเฉิน เพื่อให้ได้ใช้เวลาอยู่กับลูกสาวคนเดียว ในช่วงเทศกาลตรุษจีน หลังลูกติดภารกิจในโรงพยาบาลจนกลับบ้านไม่ได้

อย่างที่เราทราบกันดีว่าผู้ที่ทำงานในแวดวงการแพทย์นั้นต่างก็เป็นผู้เสียสละ ที่แม้แต่ในวันหยุดเทศกาลต่าง ๆ คนเหล่านี้ก็ยังมีภาระที่ต้องรับผิดชอบชีวิตคนไข้ ไม่ได้หยุดพักไปใช้เวลาร่วมกับครอบครัวเช่นคนอื่น ๆ ทั่วไป และนั่นจึงเป็นเหตุผลที่พ่อแม่ของ หยวนซีซี พยาบาลสาวซึ่งประจำการอยู่ในแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลแม่และเด็กแห่งหนึ่ง ในเมืองฉางซา มณฑลหูหนาน ประเทศจีน ตัดสินใจเดินทางจากบ้านเกิดในมณฑลเสฉวน มาหาลูกสาวถึงที่ทำงาน เพียงเพื่อจะได้ใช้เวลาในคืนก่อนเทศกาลตรุษจีนร่วมกับลูกสาวคนเดียวของพวกเขา

จากรายงานของสำนักข่าว China Xinhua News ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 เผยว่า หยวนซีซี ได้ต้อนรับพ่อกับแม่ของเธอด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข แม้ว่าเธอจะมีภารกิจรัดตัว ไม่มีเวลาได้พูดคุยอยู่กับพวกท่านนานนัก แต่เธอก็ไม่พลาดที่จะกินอาหารร้อน ๆ ที่พ่อแม่อุตส่าห์นำมาให้ โดยมีพ่อกับแม่เฝ้ามองลูกสาวด้วยรอยยิ้มปลื้มปีติ

หลังจากที่กินอาหารอย่างรีบเร่งแล้ว พยาบาลสาวก็ต้องรีบกลับไปทำงานของเธอต่อ แม้จะทราบเช่นนั้นแต่พ่อแม่ของเธอก็ยังไม่อยากจากลูกสาวไป หลังจากปรึกษากันแล้วทั้งคู่จึงตัดสินใจแกล้งทำตัวเป็น “คนไข้” นั่งอยู่ในห้องให้น้ำเกลือฉุกเฉิน เพื่อที่จะได้แอบมองลูกสาวที่วุ่นอยู่กับการทำงานอย่างเงียบ ๆ เป็นการฉลองวันปีใหม่ของจีนอย่างพร้อมหน้าทั้งครอบครัว แม้จะไม่ได้นั่งล้อมวงกินข้าวหรือพูดคุยสังสรรค์แบบครอบครัวอื่นก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ยังมีเซอร์ไพรส์ที่น่าอบอุ่นรอพยาบาลสาวรายนี้อยู่ เมื่อว่าที่สามีของเธอ พร้อมด้วยพ่อและแม่ของเขาได้นำเกี๊ยวน้ำ ผลไม้ และขนมมาที่โรงพยาบาล เพื่อมาฉลองวันตรุษจีนด้วยกันกับเธอ ด้วยเหตุนี้พวกเธอจึงได้ฉลองเทศกาลตรุษจีนด้วยกันเป็นครอบครัวใหญ่ ณ แผนกฉุกเฉินในโรงพยาบาลแห่งนี้

jeen2 jeen3

คสช. โต้ รัฐประหารวัดจากสถิติไม่ได้ หลังสื่อสหรัฐฯ รายงานไทยเสี่ยงรัฐประหาร

a1_218

รายงานจากวอชิงตันโพสต์ ชี้สถิติไทยเสี่ยงรัฐประหาร ปี 2560 โฆษก คสช. โต้ รัฐประหารวัดจากสถิติไม่ได้ ไม่มีอะไรน่ากังวล ซัดทำไมไม่มีบทวิเคราะห์ประเทศตัวเอง

จากกรณีที่เว็บไซต์วอชิงตันโพสต์ ได้รายงานบทวิเคราะห์ว่าประเทศไทยติดอันดับ 2 ของประเทศที่มีความเป็นไปได้ในการเกิดรัฐประหารขึ้นในปี 2560 ซึ่งเป็นการคาดการณ์ด้วยข้อมูลทางสถิติ

ล่าสุดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 พ.อ. ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช. ระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า โลกแห่งความจริงนั้น การรัฐประหารไม่สามารถคำนวณได้ด้วยค่าสถิติทางตัวเลข แต่การรัฐประหารในแต่ละครั้งล้วนเกิดจากเงื่อนไขความจำเป็นและสภาวะแวดล้อมที่สุกงอมของสถานการณ์แล้วเท่านั้น

พ.อ. ปิยพงศ์ กล่าวว่า หากจะยึดตามผลวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติของวอชิงตันโพสต์นั้น ก็จะเห็นได้ว่า ประเทศไทยมีความเสี่ยงในการเกิดรัฐประหารแค่เพียง 11 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นั่นย่อมหมายความว่า โอกาสที่ไทยจะไม่เกิดการรัฐประหารมีสูงถึง 89 เปอร์เซ็นต์ จึงไม่มีอะไรน่ากังวลแม้แต่น้อยและตราบใดก็ตามที่รัฐบาลยังคงทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชน จนได้รับความนิยมอยู่ในระดับสูง เหมือนดังเช่นรัฐบาลชุดปัจจุบัน ฉะนั้นการทำรัฐประหาร โดยที่ประชาชนไม่ยอมรับ จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้ ข้อสังเกตประการหนึ่งคือ บทวิเคราะห์นี้ไม่ได้มีการกล่าวถึงรายงานบทวิเคราะห์การเกิดรัฐประหารของประเทศเจ้าของเว็บไซต์วอชิงตันโพสต์ แต่อย่างใด

เปิดสภาพ บ้านโลงศพ ที่ซุกหัวนอนขนาดจิ๋ว ที่ชาวฮ่องกงใช้อาศัยนอน

home1 home2

ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยกลายมาเป็นวิกฤตที่ชาวเมืองในฮ่องกงต้องเผชิญและอดทนอยู่กับมันตลอดระยะหลายปีที่ผ่านมา ด้วยค่าครองชีพที่สูงติดอันดับโลก ประกอบกับอัตราค่าเช่าที่อยู่อาศัยซึ่งพุ่งสูงขึ้นเกือบ 50% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้คนธรรมดาทั่วไปไม่สามารถแบกรับภาระค่าเช่าไหว จำต้องระเห็จออกไปหาที่ซุกหัวนอนที่พวกเขาพอจะจ่ายไหวแทน

และนั่นทำให้ห้องพักขนาดเล็กที่เรียกว่า บ้านโลงศพ (coffin home) ซึ่งมีพื้นที่คับแคบไม่ต่างจากโลงศพ กลายมาเป็นที่นิยมแพร่หลายในหมู่ชาวฮ่องกงผู้ยากไร้ โดยเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2560 เว็บไซต์เดลี่เมล เผยว่า หว่องจื่อวา คือหนึ่งในผู้อาศัยอยู่ในห้องเพดานต่ำ ซึ่งมีพื้นที่เพียง 1.9 ตารางเมตร แม้สถานที่สุดแออัดไม่ต่างจากรูหนูนี้จะดูไม่น่าอภิรมย์นัก แต่สำหรับเขาแล้วมันก็คือ “บ้าน” ที่ดีที่สุดเท่าที่เขาสามารถหาเช่าได้ ด้วยเงินที่มีอยู่

แม้ว่าที่แห่งนี้จะดูคับแคบ แต่มันก็คงจะดูมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า บ้านแบบกรง (caged homes) ซึ่งใช้กรงกั้นเป็นห้องไม่ต่างจากกรงสัตว์ ที่นายหว่องเคยใช้ชีวิตอยู่มานานถึง 20 ปี ในค่าเช่าเดือนละ 226 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7,900 บาท) ก่อนที่บ้านโลงศพเช่นนี้จะกลายมาเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย โดยหลังจากที่ราคาเช่าบ้านเริ่มสูงขึ้น ก็มีอพาร์ตเมนต์จำนวนไม่น้อยที่หันมาใช้วิธีกั้นห้องเพิ่ม ทำเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ราคาไม่สูงเกินเช่นนี้ เพื่อตอบสนองคนจำนวนมากที่ต้องการหาห้องเช่าราคาถูก

home3

ทั้งนี้นายหว่องเผยว่า เขาเคยลงทะเบียนเพื่อขอเข้าไปอยู่ในที่อยู่อาศัยที่รัฐจะจัดหาให้แล้ว แต่ผ่านไป 2 ปีก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้รับการตอบรับ และไม่รู้ด้วยว่าต้องทนรออีกนานเพียงไร

ขณะที่รัฐบาลฮ่องกงมีแผนเตรียมสร้างอพาร์ตเมนต์อีกกว่า 460,000 แห่ง ภายใน 10 ปีข้างหน้าเพื่อแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย แต่ถึงอย่างนี้ เจ๋อไหลซาน นักสังคมสงเคราะห์ มองว่าสิ่งที่จำเป็นในการแก้ปัญหาวิกฤตที่อยู่อาศัย น่าจะเป็นนโยบายระยะสั้นมากกว่า เพราะการอาศัยอยู่ในที่คับแคบเช่นนี้ อาจส่งผลกระทบต่อจิตใจและสภาพทางสังคมของผู้คนได้ พวกเขาไม่มีที่พอจะเหยียดขาด้วยซ้ำ ไหนยังจะต้องทนกับมลพิษทางอากาศและสภาพแวดล้อมอีก

อนึ่ง แม้ทางรัฐบาลจะให้ข้อมูลว่ามีคนที่อาศัยอยู่ในห้องพักเล็กเท่ารูหนูเช่นนี้เกือบ 200,000 คน แต่นายเจ๋อเชื่อว่าตัวเลขจริง ๆ น่าจะเยอะกว่านั้นมาก

แอร์ฟรานซ์สกัด 15 ผู้โดยสารไปสหรัฐ

สำนักข่าวเอพีรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ว่า แอร์ ฟรานซ์ กล่าวในแถลงการณ์ว่า ได้รับแจ้งจากรัฐบาลสหรัฐเมื่อวันเสาร์ (28 ม.ค.) เกี่ยวกับข้อจำกัดใหม่ และแอร์ ฟรานซ์ ไม่มีทางเลือก นอกจากหยุดยั้งผู้โดยสารของ 7 ประเทศต้องห้าม ไม่ให้ขึ้นเครื่องเที่ยวบินที่เดินทางสู่สหรัฐ โฆษกหญิงของแอร์ ฟรานซ์ เผยเมื่อวันจันทร์ ว่า ผู้โดยสาร 15 คนของหลายประเทศมุสลิม ถูกเชิญกลับไปยังห้องผู้โดยสารขาออกของสนามบินต้นทาง

แต่ปฏิเสธที่จะระบุชื่อ สัญชาติ หรือรายละเอียดอื่นๆ ของผุ้โดยสารกลุ่มนี้ ส่วนสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในวันเดียวกัน ว่า ประชาชนในสหราชอาณาจักรกว่า 1 ล้านคน เข้าชื่อกันในหนังสือร้องเรียน เมื่อวันจันทร์ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกแผนการต้องรับการมาเยือนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ หลังจากทรัมป์ออกคำสั่งระงับการออกวีซ่าแก่ประชาชนของ 7 ประเทศมุสลิม เป็นเวลา 90 วัน นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เผชิญแรงกดดันมากขึ้น เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเธอกับทรัมป์ และ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านอังกฤษ รวมทั้งสมาชิกหลายคนของพรรคอนุรักษ์นิยมของเธอ
ได้เรียกร้องต่อคณะรัฐมนตรีให้ทบทวนการเดินทางเยือนของทรัมป์ ที่จะมีขึ้นปลายปีนี้ ซึ่งทรัมป์จะได้รับเกียรติให้กล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภาอังกฤษ และเข้าเฝ้าสมเด็จพระนางเจ้าเอลิซาเบ็ธ ที่ 2 องค์พระประมุขแห่งเครือจักรภพ แต่โฆษกทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า รัฐบาลอังกฤษเป็นผู้ส่งหนังสือเชิญไปยังทรัมป์ และทำเนียบขาวได้ตอบรับแล้ว เมย์ประกาศการเยือนระหว่างการพบปะเจรจากับทรัมป์ ที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน เมื่อวันศุกร์ (27 ม.ค.) โดยการเชิญทรัมป์มีจุดหมายเพื่อตอกย้ำ “ความสัมพันธ์พิเศษ” ระหว่าง 2 ประเทศ รวมทั้งส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้า หลังจากอังกฤษถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู)

เพลิงไหม้ชุมชนกลางดึก เผาบ้านเสียหาย 4 หลัง

เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ร.ต.อ.วิษณุ แท่นทอง รอง สารวัตร (สอบสวน) สน.สายไหม เปิดเผยว่าช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมา ตนพร้อมรถดับเพลิงจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ได้เข้าระงับเหตุเพลิงไหม้บริเวณชุมชนเลียบคลองสอง ตรงข้ามหมู่บ้านศุภาลัยวิลล์ ถนนเลียบคลองสอง แขวงและเขตสายไหม กรุงเทพฯ ใช้เวลาในการฉีดน้ำสกัดเพลิงประมาณ 20 นาที ภายหลังพบว่าเพลิงเผาวอดบ้านเสียหายทั้งสิ้น 4 หลัง ไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต สอบสวน

ทราบว่าก่อนเกิดเหตุมีคนได้ยินเสียงหม้อแปลงระเบิดก่อนจะเกิดเพลิงลุกไหม้บริเวณระเบียงหลังบ้านซึ่งปลูกด้วยไม้อยู่ติดกัน แม้จะช่วยกันพยายามดับด้วยการเอาน้ำสาดแต่ก็ไม่เป็นผลกระทั่งลุกลามบานปลายดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งจะได้ประสานกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบต่อไป

รถไฟสินค้าตกรางสถานีหนองตะไก้ อุดรธานี ไร้เจ็บ

เกิดเหตุรถไฟตกราง 11 ตู้ ทื่บริเวณสถานีหนองตะไก้ ต.หนองไผ่ อ.เมืองอุดรฯ ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

มีเหตุรถไฟตกราง 11 ตู้ (จากทั้งขบวน 15 ตู้) ทื่บริเวณสถานีหนองตะไก้ ต.หนองไผ่ อ.เมืองอุดรฯ โดยเป็นขบวนรถสินค้าขาล่อง ต้นทางจากอุดร ธานี เกิดปัญหาจากช่วงการสับราง ทำให้ขบวนพลิกคว่ำ แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขณะนี้กำลังเตรียมการกู้คืน

นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่าได้ประสานกับนายสถานีรถไฟแล้ว ดังนั้นผู้โดยสารที่มากับรถไฟจากกรุงเทพจะไปอุดรธานี-หนองคาย ทางการรถไฟฯ จัดรถบัสรับส่งต่อพร้อมเดินทางต่อแล้ว ขบวนรถที่ค้างอยู่บนรางขณะนี้ รอรถยกและรถลากเข้ามาจัดการ คาดว่าไม่เกินบ่ายของวันนี้ก็จะกลับสู่ภาวะปกติ หากมีเหตุยื้อเยื้อไปจนถึงช่วงเย็นจะมีขบวนรถขาบ่องจาก หนองคาย ไป กทม. จะใช้รถบัสรับมาจากต้นทาง เพื่อไปขึ้นยังสถานีถัดไปแทน

จังหวัดอุดรธานีมอบหมายปลัดจังหวัดและปลัดอำเภอเมือง ไปอำนวยการและประสานการปฎิบัติ ขณะนี้กำลังดำเนินการขยับโบกี้ที่ขวางการเดินรถ โดยกำลังใช้รถแบคโฮดันให้รถที่ตกรางขยับไปจากราง

ทั้งนี้ รถไฟที่ขนส่งสินค้ามีน้ำหนัก 2 ตัน และสินค้าที่บรรทุกอีก 20 ตัน คาดว่าอย่าช้าที่สุดน่าจะแก้ปัญหาได้ก่อนเวลา 19.00 น.

ที่มาของข้อมูล:news