รถไฟสินค้าตกรางสถานีหนองตะไก้ อุดรธานี ไร้เจ็บ

เกิดเหตุรถไฟตกราง 11 ตู้ ทื่บริเวณสถานีหนองตะไก้ ต.หนองไผ่ อ.เมืองอุดรฯ ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

มีเหตุรถไฟตกราง 11 ตู้ (จากทั้งขบวน 15 ตู้) ทื่บริเวณสถานีหนองตะไก้ ต.หนองไผ่ อ.เมืองอุดรฯ โดยเป็นขบวนรถสินค้าขาล่อง ต้นทางจากอุดร ธานี เกิดปัญหาจากช่วงการสับราง ทำให้ขบวนพลิกคว่ำ แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขณะนี้กำลังเตรียมการกู้คืน

นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่าได้ประสานกับนายสถานีรถไฟแล้ว ดังนั้นผู้โดยสารที่มากับรถไฟจากกรุงเทพจะไปอุดรธานี-หนองคาย ทางการรถไฟฯ จัดรถบัสรับส่งต่อพร้อมเดินทางต่อแล้ว ขบวนรถที่ค้างอยู่บนรางขณะนี้ รอรถยกและรถลากเข้ามาจัดการ คาดว่าไม่เกินบ่ายของวันนี้ก็จะกลับสู่ภาวะปกติ หากมีเหตุยื้อเยื้อไปจนถึงช่วงเย็นจะมีขบวนรถขาบ่องจาก หนองคาย ไป กทม. จะใช้รถบัสรับมาจากต้นทาง เพื่อไปขึ้นยังสถานีถัดไปแทน

จังหวัดอุดรธานีมอบหมายปลัดจังหวัดและปลัดอำเภอเมือง ไปอำนวยการและประสานการปฎิบัติ ขณะนี้กำลังดำเนินการขยับโบกี้ที่ขวางการเดินรถ โดยกำลังใช้รถแบคโฮดันให้รถที่ตกรางขยับไปจากราง

ทั้งนี้ รถไฟที่ขนส่งสินค้ามีน้ำหนัก 2 ตัน และสินค้าที่บรรทุกอีก 20 ตัน คาดว่าอย่าช้าที่สุดน่าจะแก้ปัญหาได้ก่อนเวลา 19.00 น.

ที่มาของข้อมูล:news

ซิวหนุ่มต้องคดีเจตนาฆ่า กะซวกยับ 20 แผล แค้นข่มขืนแฟนเพื่อน

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 24 มกราคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ สว.กก.2 บก.ป. นำกำลังจับกุมนายสมรักษ์ หรือปาล์ม พนมรักษ์ อายุ 22 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช ผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันพกพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ได้ที่หอพักแห่งหนึ่งภายในซอยเสรีไทย 83 แขวงและเขตคันนายาว

หลังจากผู้ต้องหาร่วมกับพวกรวม 6 คน ใช้เหล็กขูดชาร์ป และอาวุธมีด แทงนายไพรวัลย์ ริยาพันธ์ อายุ 40 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช กว่า 20 แผล จนเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อปี 2558 จากปัญหาทะเลาะและโกรธแค้นที่ผู้เสียชีวิตไปข่มขืนแฟนสาวของหนึ่งในผู้ต้องหา ก่อนจะแยกย้ายกันหลบหนี ต่อมาตำรวจ สภ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 2 ราย ถูกจับกุมตัวได้แล้ว 1 ราย ส่วนนายสมรักษ์ ภายหลังก่อเหตุหลบหนีมากบดานอยู่ที่ย่านซอยเสรีไทย 83 กระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ใช้เหล็กขูดชาร์ปและมีดแทงผู้เสียชีวิตจริง โดยสาเหตุเพราะถูกชักชวน ประกอบกับรู้สึกโกรธแค้นผู้เสียชีวิตที่ก่อเหตุข่มขืนแฟนสาวของเพื่อน อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาพบว่ายังมีหมายจับศาลจังหวัดทุ่งสง ในคดีลักทรัพย์ 1 หมาย เหตุเกิดเมื่อปี 2558 จึงนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางขัน ดำเนินคดีต่อไป

รวบนักพนันโต๊ดเถื่อน กลางสนามม้านางเลิ้ง

เมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ราชตฤณมัยสมาคม (สนามม้านางเลิ้ง) แขวงสวนจิตรลดาเขตดุสิตพล.ต.ต.สุรเชษฐ์หักพาลผบก.สปพ.พ.ต.อ.อาชยนไกรทองรองผบก.ทท.พ.ต.อ.จักรเพชรเพชรพลอยนิลผกก.สายตรวจบก.สปพ.พ.ต.ท.ศิลาตันตระกูลสว.งานสืบสวนกก.1บก.ทท.พ.ต.ท.อาริศคูประสิทธิรัตน์สว.ส.ทท 2 กก.1 บก.ทท.นำกำลังตร.บก.ทท.บก.สปพ.เข้าตรวจสอบภายในสนามม้านางเลิ้งตามนโยบายการปราบปรามโต๊ดเถื่อนเบื้องต้นสามารถจับกุมนักพนันได้ 13 ราย

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่าสืบเนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีพล.อ.ประวิตรวงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรีสั่งการมอบหมายนโยบายการปราบปรามไม่ให้มีการลักลอบเล่นการพนันผิดกฏหมายในสนามม้าทางพล.ต.อ.จักรทิพย์ชัยจินดาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จึงออกคำสั่งให้พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ธีระสวัสดิ์ ผู้ช่วยผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าชุดศูนย์ป้องกันปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันแข่งม้า โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่บก.สปพ.และบก.ทท.ในการจัดชุดปฏิบัติการปราบปรามจับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนันโต๊ดเถื่อนทั้งสนามม้านางเลิ้งและราชกรีฑาสโมสร (สนามม้าปทุมวัน) เพื่อแก้ปัญหาซึ่งจากการตรวจสอบวันนี้พบว่ามีผู้ลักลอบเล่นการพนันโต๊ดเถื่อน 13 รายแบ่งเป็นผู้เล่น 9 รายเจ้ามือ4รายของกลาง 60,000 บาทโดยหลังจากนี้จะมีการเข้าตรวจสอบสนามม้าทุกแห่งทั่วประเทศเพื่อกวาดล้างผู้ลักลอบกระทำความผิดเพื่อแก้ปัญหายอดเงินภายในสนามม้าที่มียอดรายรับที่ตกต่ำซึ่งจากการตรวจสอบจะผู้ที่แอบลักลอบเล่นการพนันบางส่วนแต่ที่ผ่านมาจากการที่ชุดทำงานบังคับใช้กฏหมายทำให้รายได้ที่เข้ารัฐเพิ่มขึ้นตามลำดับจากเดิม 38 ล้านบาทเพิ่มขึ้นเป็น 44 ล้านบาท

สอดรับกับพ.ต.อ.อาชยนที่เปิดเผยว่าจากการลงพื้นที่ในวันนี้พบว่ายังมีผู้ลักลอบเล่นการพนันโต๊ดเถื่อนซึ่งทางชุดปฏิบัติการได้ทำความเข้าใจกับผู้ที่เข้ามาในสนามว่าหากปล่อยให้มีการลักลอบเล่นการพนันรัฐจะสูญเสียรายได้เป็นจำนวนมากซึ่งหากประสงค์ที่จะเล่นก็ให้ไปซื้อคูปองตามขั้นตอนเพื่อที่จะให้รายได้เข้ารัฐอย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการปราบปรามอย่างต่อเนื่องและบังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจัง และอยู่ระหว่างการขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนสน.นางเลิ้งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

“รอยล” ชื่นชมจุดผลักดันน้ำลงตาปี

เมื่อวันที่ 21 ม.ค. นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร หรือ สสนก. (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิศาสตร์และน้ำ พร้อมนายทนงศักดิ์ ทวีทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปตรวจดูจุดการผลักดันน้ำในแม่น้ำตาปีออกทะเลที่ใต้สะพานจุลจอมเกล้า 2 เขตเทศบาลเมืองท่าข้าม และที่สะพานคลองพุนพิน ต.ศรีวิชัย อ.พุนพิน ของชุดเฉพาะกิจผลักดันน้ำ กรมอู่ทหารเรือ โดยมีพลเรือตรีนันทพล มาลารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักกิจการพลเรือน ในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ และนาวาเอกปรัชญา หนับเลาะ หัวหน้าชุดเฉพาะกิจฯ

ให้การต้อนรับนายรอยลชื่นชมการทำงานของชุดผลักดันน้ำในแม่น้ำตาปีได้ผล ทำให้มวลน้ำที่ไหลมาจากตอนบนลงผ่านพื้นที่ อ.พุนพิน ก่อนลงออกปากอ่าวบ้านดอนระบายได้รวดเร็ว ซึ่งประชาชนแถบพื้นที่ตอนบนเห็นผลว่ามีการระบายน้ำได้ดีกว่าตอนน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ต่อมานายรอยลได้เดินทางไปดูสะพานข้ามคลองที่หมู่ 3 ต.คลองสระ อ.กาญจนดิษฐ์ ที่ถูกกระแสน้ำป่าพัดสะพานขาดทำให้ประชาชนสัญจรเดินทางไปมาลำบาก จึงได้นำต้นหมากมาวางทอดเป็นทางเดินข้ามชั่วคราว ซึ่งเห็นว่าจุดที่ตั้งปลายสะพานไม่เหมาะสมอาจขวางทางน้ำ จึงเสนอให้มีการทำจุดเปลี่ยนทิศทางน้ำให้ไหลผ่านใต้สะพาน โดย อบจ.สุราษฎร์ธานี จะขอสนับสนุนสะพานเหล็กชั่วคราว (เบลี่ย์) มาแก้ปัญหาให้ประชาชนก่อนขณะที่เจ้าหน้าที่โครงการชลประทานสุราษฎร์ธานี ได้นำรถแบ็กโฮเร่งขุดลอกตะกอนดินเพื่อระบายน้ำในพื้นที่หมู่ที่ 4, 6 ต.ลีเล็ด อ.พุนพิน ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มการเกษตรมีน้ำท่วมขัง

ประกอบกับเส้นทางคลองมีตะกอนทับถมเป็นจำนวนมากทำให้การระบายน้ำออกจากพื้นเป็นไปอย่างล่าช้ามีรายงานว่า เวลา 10.10 น. เจ้าหน้าที่สำนักสำรวจด้านวิศวกรรมและธรณีวิทยา กรมชลประทาน ได้รับมอบหมายภารกิจบินสำรวจถ่ายภาพพื้นที่น้ำท่วมทางอากาศ ด้วยอากาศยานไร้คนขับขนาดเล็ก (UAV) มาตั้งแต่วันที่ 11 ม.ค. และได้ขึ้นบิน สำรวจพื้นที่ ต.ท่าโรงช้าง ต.เขาหัวควาย และ ต.ท่าข้าม อ.พุนพิน ปรากฏว่า ขณะปฏิบัติงานทำการบินความสูง 500 เมตรจากพื้นดิน เพื่อถ่ายภาพจัดทำแผนที่น้ำท่วม ปรากฏว่าอากาศยานได้สูญหายจากสัญญาณติดตาม คาดว่าได้ตกบริเวณถนนทางหลวงสาย 401 ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 18 ต.ท่าโรงช้าง ถึงโรงไฟฟ้าเขาหัวควาย ต.เขาหัวควาย จึงประกาศขอความร่วมมือผู้พบเห็นแจ้งกองบัญชาการส่วนหน้า (ปภ.เขต 11) สุราษฎร์ธานี โทร.09-0993-4012 นายสว่าง จอมวุฒิ และ 08-8472-3813 นายพีระพล กมลรัตน์

วอนช่วยสมทบทุนทำบ้านให้ป้าวัย 60 หลังหลานทาสยาเผาวอดไม่เหลือ

อบต.ดงขวาง ตั้งกองทุนสมทบทุนสร้างบ้านช่วย นางสมบูรณ์ แก้วเสนา หลังหลานติดยาเผาบ้านไม่เหลือ บอกฐานะยากจน ตัวคนเดียว ไม่มีเงินทำบ้านเมื่อวันที่ 22 ม.ค.60 นายสมหวาน ลาวงศ์ นายก อบต.ดงขวาง อ.เมือง จ.นครพนม เปิดเผยว่า กรณีนางสมบูรณ์ แก้วเสนา อายุ 60 ประสบปัญหาความเดือดร้อนไร้บ้านพักอาศัย

หลังหลานชายคือ นายวสันต์ แก้วเสนา อายุ 27 ปี ป่วยติดยา มีอาการคลุ้มคลั่งก่อเหตุวางเพลิงเผาบ้านพักเสียหายวอดทั้งหลัง เมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา ทำให้นางสมบูรณ์ไม่มีที่พัก และยังไม่มีเงินที่จะสร้างบ้านใหม่ เนื่องจากฐานะยากจน ทั้งนี้ในส่วนของ อบต.ดงขวาง และหน่วยงานภาครัฐมีงบประมาณไม่เพียงพอ สามารถช่วยเหลือได้ตามระเบียบทางราชการ

จึงได้จัดตั้งกองทุนบริจาคช่วยเหลือเพื่อสมทบทุนสร้างบ้านพักอาศัยให้ผู้ประสบปัญหา โดยวิงวอนผู้ใจบุญหรือผู้ที่มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคช่วยเหลือได้ที่บัญชี นางสมบูรณ์ แก้วเสนา ธนาคารออมสิน สาขานครพนม แบบเผื่อเรียก เลขที่บัญชี 02003-7484-183 ตามกำลังศรัทธา เพื่อเป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน หรือสามารถติดต่อให้การช่วยเหลือได้ที่ นางชลิดา สิทธิกานต์ ผู้อำนวยการกองสวัสดิการ อบต.ดงขวาง โทร.09-4539-9911 หรือ 0-4257-8030

ด้ายข่าวจาก ไทยรัฐ

ไม่ยกเลิกผลสอบนายสิบตำรวจ ‘บิ๊กป้อม’ยันพร้อมเยียวยา แยกแยะผิดถูก

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ยันไม่ยกเลิกผลสอบนายสิบตำรวจ หลังพบทุจริต ชี้ผิดถูกว่าไปตามกฎหมาย รวมถึงนักศึกษาแพทย์ที่มารับจ้างสอบจากกรณีตรวจพบขบวนการทุจริตสอบเข้าเป็นนายสิบตำรวจที่เพิ่งสอบไปเมื่อปลายปี 59 มีนายจิระพจน์ พลายด้วง

เจ้าหน้าที่เทศกิจสังกัด กทม.ตกเป็นผู้ต้องหาในฐานะตัวกลางติดต่อว่าจ้างนักศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆ ของประเทศ เข้าสอบเพื่อเฉลยคำตอบให้ผู้ทุจริตรายอื่นลอกต่อมาศาลอาญาออกหมายจับกลุ่ม นศ.ทั้งหมด 51 คน ที่รับจ้างเข้าไปเฉลยข้อสอบ อยู่ระหว่างรอทั้งหมดเข้ามอบตัว พร้อมขยายผลหาตัวการใหญ่ ขณะที่การตรวจสอบของทุก กองบัญชาการ เริ่มพบการทุจริตสอบเพิ่มอีกหลายแห่ง ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 16 ม.ค.

ที่กระทรวงแรงงาน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ กล่าวถึงการสอบคัดเลือกนักเรียนนายสิบตำรวจ หลังพบการทุจริตในหลายหน่วย ว่า จะไม่มีการยกเลิกผลสอบ บุคคลใดที่เกี่ยวข้องจะต้องว่ากันไปตามกฎหมาย ส่วนบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง ทางตำรวจจะมีมาตรการเยียวยาดูแล ส่วนที่พบว่ามีนักศึกษาแพทย์ เข้าไปเกี่ยวข้องนั้น ก็คงต้องใช้ข้อกฎหมายเช่นกันเรื่องนี้ผมก็เข้าใจเขานะ แต่ถึงอย่างไรมันมีกฎหมาย ก็ต้องว่ากันไป” พล.อ.ประวิตร กล่าว

อุตุฯ ฉ.12 ภาคใต้ 9 จว. ฝนตกต่อเนื่อง เตือนระวังน้ำท่วมฉับพลัน

อุตุฯ ออกประกาศ ฉบับที่ 12 ภาคใต้ 9 จังหวัดมีฝนตกต่อเนื่อง ช่วงวันที่ 18-22 ม.ค.นี้ เตือนระวังน้ำท่วมฉับพลัน ส่วนอ่าวไทย คลื่นสูง 2-3 เมตร เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งยัน 22 ม.ค.เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2560 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ ฉบับที่ 12 เรื่อง “ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย”

ระบุ บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้ มีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้จะมีฝนตกต่อเนื่อง ดังนั้น ในช่วงวันที่ 18-22 มกราคม 2560 จะมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก

ฝนที่ตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และในพื้นที่เสี่ยงขอให้เฝ้าระวังดินโคลนถล่ม และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาในระยะนี้ อย่างใกล้ชิดส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 22 มกราคม 2560 นี้ไว้ด้วย

รวบกะเทยแสบปลอมไอจีดาราสาว หญิง รฐา หลอกขายของ เสียหายนับล้าน

ตำรวจกองปราบ ตามรวบกะเทยแสบปลอมไอจีดาราสาวชื่อดัง อาทิ หญิง รฐา-แตงโม นิดา ขายสินค้า รับงานโชว์ตัว หลอกเหยื่อนับพันรายโอนเงิน รวมมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท ตรวจสอบพบเคยถูกจับในคดีฉ้อโกงมาแล้ว 7 คดีวันนี้ 20 ม.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หญิง รฐา โพธิ์งาม

ดารานักแสดงชื่อดัง เดินทางเข้าชี้ตัว นายพงศกร เครือพิมาย หรือ เหน่ง กะเทยแสบ อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และฉ้อโกงประชาชน หลังถูกตำรวจกองปราบปรามจับกุมได้ที่บ้านพัก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์พฤติการณ์ของผู้ต้องหา จะใช้อินสตาแกรมปลอมเป็นดาราชื่อดังอาทิ หญิง รฐา โพธิ์งาม, แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์ ก่อนจะไปหลอกขายสินค้าให้กับผู้เสียหาย หรือหลอกรับงานโชว์ตัว แล้วให้ โอนเงินไปยังบัญชีของตนเอง

มีผู้เสียหายหลงเชื่อนับ 1,000 ราย มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาทสำหรับผู้ต้องหารายนี้ ก่อเหตุฉ้อโกงผู้อื่นมาตั้งแต่อายุ 17 ปี เคยถูกจับกุมในคดีฉ้อโกงมาแล้ว 7 คดี และประกันตัว 2 คดีขณะที่ หญิง รฐา ได้กล่าวต่อว่าและตักเตือน นายพงศกร ให้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีไปทำอาชีพที่สุจริต เพราะเพิ่งจะอายุเพียง 19 ปี หากกลับตัว กลับใจ ก็จะมีอนาคตที่ดีได้

ฟ้าหญิง ตรัส ขอโทษประชาชน เสด็จฯ เยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยช้า ทรงประชวรไข้สูง

เมื่อวันที่ 18 มกราคม สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์ไปยังโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ทรงเยี่ยมและพระราชทานถุงยังชีพแก่ราษฎรที่ จ.สุราษฎร์ธานีที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยโอกาสนี้

พระราชทานพระราชดำรัสให้กำลังใจพสกนิกรผู้ได้รับความเดือดร้อนว่า “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชโองการให้ข้าพเจ้าเชิญถุงยังชีพพระราชทาน และข้าพเจ้าถือโอกาสเอาถุงยังชีพของข้าพเจ้าสมทบมาเพิ่มอีกด้วย วันนี้ จริงๆ ข้าพเจ้าควรจะต้องมาถึงที่นี่ ตอนบ่าย 2 โมง แต่ก็ต้องขอโทษ (ทรงพนมพระหัตถ์ขอโทษ)

พี่น้องทุกคนว่า ข้าพเจ้ามาถึงช้า เพราะว่าไข้สูงมาก ลุกไม่ขึ้น ปวดไปทั้งตัว ทั้งฉีดยาแล้ว ทั้งกินยาแล้ว ก็กว่าจะค่อยยังชั่วก็สัก 6 โมงเย็น ก็เลยตัดสินใจว่า ตั้งใจจะมาแล้ว ก็ขอให้ได้มาพบพี่น้องชาวสุราษฎร์ธานีหน่อยนึง เพื่อจะมาให้กำลังใจทุกท่าน และเพื่อจะสัญญาว่าต่อไปทั้งข้าพเจ้าเอง และสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ก็จะทำการช่วยเหลือให้รวดเร็วขึ้น และให้ตรงกับใจท่านทั้งหลายมากขึ้น”