หนุ่มจ้วงแทงเพื่อนสนิทไม่ยั้งกลางถนน ฉุนลอบอยู่กินกับเมียตัวเอง

 

a1_283
หนุ่มจ้วงแทงเพื่อนสนิทไม่ยั้งกลางถนน ฉุนลอบอยู่กินกับภรรยาตัวเอง แถมฝ่ายหญิงมีซื้อรถให้ หลอกว่าทำงานอยู่สระบุรี

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 เว็บไซต์ workpointtv.com รายงานว่า พ.ต.ท. คงคณิน ผดุงกรรณ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้รับแจ้งว่า มีเหตุทะเลาะวิวาทใช้อาวุธทำร้ายร่างกายที่ริมอุทยานสวรรค์ ตรงข้ามปากซอยหิมพานต์ 3 ถ.วงศ์สวรรค์ อ.ปากน้ำโพ จึงเข้าไปตรวจสอบ พบว่า มีนายสุทธิพงษ์ บัวรอด วัย 31 ปี นอนจมกองเลือดริมถนน ข้ามรถยนต์โตโยต้า อัลติส สีดำ ป้ายทะเบียน กจ 4894 นครสวรรค์
นอกจากนี้ ยังพบมีดปลายแหลมสำหรับปอกผลไม้ ยาวรวมด้ามประมาณ 9 นิ้ว ตก 1 เล่ม และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ป้ายทะเบียน ขงธ 318 พิจิตร

ด้านนายกฤษฎา อิ่มเขียน วัย 32 ปี ผู้ก่อเหตุ ได้รอมอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ สารภาพว่า เป็นคนลงมือจริงจากเหตุผลด้านชู้สาว ผู้ตายแอบหนีมาอยู่กินกับภรรยาตน ก่อนที่จะมีการสะกดรอยตาม

นอกจากนี้ นายกฤษฎา สารภาพอีกว่า ผู้ตายกับตนเป็นเพื่อนสนิทกัน ส่วนภรรยาก็มีการซื้อรถยนต์ให้ผู้ตายใช้ แถมบอกว่าไปทำงานที่ จ.สระบุรี แต่จริง ๆ หนีมาอยู่กินกันที่ อ.เมืองนครสวรรค์ เมื่อเห็นรถยนต์ของนายสุทธิพงษ์จอดอยู่ จึงแอบปล่อยลมยาง 4 ล้อ เดินไปซื้อมีดปลายแหลมที่ร้านค้าแฟมิลี่ มาร์ทใกล้ ๆ ดักรอผู้ตายออกมาที่รถ ตนจึงเข้าไปพูดคุย มีปากเสียงกัน ก่อนจะแทงผู้ตายแบบไม่ยั้ง เสียชีวิตในที่สุด

ทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมนายกฤษฎาไปสอบสวนทำสำนวนคดี ตั้งข้อหาเจตนาฆ่าผู้อื่นฯ ตามกฎหมายขั้นตอนต่อไป

ไม่รอด ตำรวจจับมือฆ่าลิเกสาวประเภทสอง แค้นไม่จ่ายค่าตัวหลังมีเพศสัมพันธ์

00_1

ตำรวจรวบตัวลูกจ้างร้านขายเหล็ก หลังก่อเหตุฆ่าโหดลิเกสาวประเภทสอง สารภาพแค้นมีเพศสัมพันธ์กันแล้วไม่ยอมจ่ายค่าตัว

สืบเนื่องจากกรณีที่ นายชญานนท์ หรือผึ้ง ลิเกสาวประเภทสอง อายุ 35 ปี ถูกคนร้ายใช้มีดกระหน่ำแทงเสียชีวิตภายในบ้าน ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังโทร. มานัดแนะให้ไปเจอ ญาติเผยผู้ตายใส่ทอง 2 เส้น ตำรวจสันนิษฐานเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ (อ่านข่าว ฆ่าโหดลิเกสาวประเภทสอง ได้ทองแล้วชิ่งหนี มุ่งประเด็นฆ่าชิงทรัพย์)

ความคืบหน้าล่าสุด (21 กุมภาพันธ์ 2560) ตำรวจได้จับกุมตัว นายอนุวัฒน์ เพ็งพุฒ อายุ 24 ปี หลังก่อเหตุบีบคอและใช้อาวุธมีดกระหน่ำแทง นายชญานนท์ เกิดพันธุ์ สาวประเภทสอง นักแสดงลิเกคณะ ส.สำรวมศิลป์ จนเสียชีวิตภายในห้องน้ำบ้านที่กำลังก่อสร้างหลังหนึ่งในอำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนลงมือชิงทรัพย์หลบหนีไป โดยเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่บ้านของภรรยาผู้ต้องหา

อย่างไรก็ดี นายอนุวัฒน์ ให้การรับสารภาพว่า ตนเองเป็นลูกจ้างของร้านขายเหล็ก และรู้จักกับผู้ตายมาก่อน เคยมีเพศสัมพันธ์กัน 2-3 ครั้ง และทุกครั้งจะได้เงินจากผู้ตายครั้งละประมาณ 200-300 บาท ซึ่งล่าสุดเมื่อเดือนธันวาคม ที่ผ่านมา ได้มีเพศสัมพันธ์กับผู้ตาย แต่ผู้ตายไม่ยอมจ่ายเงิน บอกจะจ่ายให้ภายหลัง

กระทั่งวันเกิดเหตุตนได้ติดต่อมาหาผู้ตายเพื่อจะขอซื้อยาบำรุงที่ผู้ตายขายอยู่ แต่ผู้ตายได้ขอให้มีเพศสัมพันธ์ด้วย จึงชวนกันเข้าไปภายในห้องน้ำที่เกิดเหตุ ก่อนที่ตนจะทวงเงินอีกครั้งจากผู้ตาย แต่ผู้ตายก็ไม่ยอมให้อีกจึงเกิดความโมโห เดินออกมาจากห้องน้ำไปหยิบอาวุธมีดมาจากภายในบ้านของผู้ตายซึ่งอยู่ใกล้กัน ก่อนมีเพศสัมพันธ์จนเสร็จ

จากนั้น ตนจึงทวงเงินผู้ตายอีกครั้ง แต่เกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง จึงใช้มือบีบคอผู้ตายแล้วใช้มีดจ้วงแทงจนเสียชีวิต ก่อนจะปลดสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท พร้อมพระเลี่ยมทอง สร้อยข้อมือ 2 สลึง แหวนอีก 1 วง หลบหนีไป และได้นำสร้อยคอทองคำของผู้ตายไปขาย เพื่อเอาเงินไปซื้อแหวนทอง 2 วง ไปให้กับภรรยาของตนเอง

หนุ่มพิษณุโลกฉุนจัด กดเอทีเอ็มเงินไม่ออก คว้าก้อนปูนทุบจอกระจุย

Untitled-7-500x281หนุ่มพิษณุโลกเที่ยวสถานบันเทิง ออกมากดเงินที่ตู้เอทีเอ็มหลายครั้งแต่เงินก็ไม่ออก โมโหสุดขีดคว้าก้อนอิฐปูนซีเมนต์ทุบจนจอแตกกระจุย

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งเหตุมีคนทุบทำลายตู้เอทีเอ็มบริเวณหน้าร้านขายอาหารแช่แข็ง ถ.พระองค์ดำ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ
โดยที่เกิดเหตุพบตู้เอทีเอ็มของธนาคารออมสิน ถูกทุบหน้าจอแตกละเอียด ด้วยก้อนอิฐปูนซีเมนต์ซึ่งยังคาอยู่ที่ตู้เอทีเอ็มอีกด้วย ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อ นายปรัชญา อนุวงศ์นวรัตน์ อายุ 28 ปี ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่

จากการสอบสวนเบื้องต้น ให้การว่า ตนได้มาเที่ยวสถานบันเทิงกับกลุ่มเพื่อน ๆ ใกล้จุดเกิดเหตุ ต่อมาได้ขอตัวออกมากดเงินที่ตู้เอทีเอ็มดังกล่าว แต่ทำรายการแล้วไม่มีเงินออกมาจากเครื่อง ตนจึงกดซ้ำอยู่หลายรอบแต่ก็ไม่สำเร็จ จึงโมโหและใช้มือทุบตู้เอทีเอ็มไปหลายครั้ง ก่อนจะเหลือบไปเห็นก้อนอิฐปูนที่วางอยู่ใกล้ ๆ ตู้ ตนเลยหยิบมาทุบจนหน้าจอแตกดังกล่าว

สุดบรรยาย พ่อค้าชานมไข่มุกเผยโดนมีดจ่อคอ มีเงินแค่ 300 โจรยังจะเอา

3227

พ่อค้าเข็นรถขายชานมไข่มุกจากคลิปที่ถูกโจรจี้ชิงทรัพย์กลางถนน เผยถูกใช้มีดจี้คอและข่มขู่จึงรีบส่งเงินให้ แม้ทั้งวันจะขายมาได้แค่ 300 บาท

กรณีที่โลกออนไลน์แชร์คลิปจากกล้องวงจรปิดที่จับภาพได้ว่ามีโจรรายหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์ประกบพ่อค้าเข็นรถขายชานมไข่มุกข้างถนน โดยตอนแรกทำทีซื้อของ ก่อนฉวยโอกาสเข้าจี้ชิงทรัพย์กลางวันแสก ๆ ก่อนหลบหนีไปนั้น (อ่านข่าว : โจรสุดสิ้นคิด ขี่มอเตอร์ไซค์ปล้นพ่อค้ารถเข็นริมถนน เย้ยกฎหมายกลางวันแสก ๆ)
ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 ทราบว่าที่เกิดเหตุคือบริเวณหน้าร้านโชคดี สเต๊ก ถนนนครอินทร์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี ซึ่งมีนายวรพรรษ อินทร์หนู อายุ 32 ปี เป็นเจ้าของร้าน โดยเจ้าตัวเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 16.46 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 ซึ่งวันนั้นตนไม่ได้เปิดร้าน แต่ดูจากคลิปแล้วเชื่อว่าคนร้ายขี่รถมุ่งหน้าไปทางแยกพระราม 5
นายวรพรรษ เผยอีกว่า จากการสอบถามนายมน พ่อค้าชาวเมียนมาที่ถูกปล้นซึ่งเข็นรถผ่านหน้าร้านเป็นประจำ ได้ความว่า ถูกคนร้ายใช้อาวุธมีดจี้ที่คอและข่มขู่ว่ามีเงินเท่าไหร่เอามาให้หมด ซึ่งวันนั้นนายมนขายได้เพียง 300 บาท หลังถูกคนร้ายล็อกที่คอจึงได้หยิบเงินในกระเป๋าผ้ากันเปื้อนส่งให้ก่อนที่คนร้ายจะหลบหนีไป

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองนนทบุรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมภาพจากกล้องวงจรปิด โดยหลังจากนี้จะทำการไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนีเพื่อหารูปพรรณสัณฐานคนร้ายและรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ เพื่อหาตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ห้างดังกลุ้ม โจรเวียดนามบินลักเสื้อผ้ากลางห้าง ตำรวจอ้าง มีแค่คลิปทำอะไรไม่ได้ !

1_6แฉแก๊งโจรเวียดนามเหิม รวมกลุ่มขโมยเสื้อในห้างดังย่านสยามแทบทุกวัน ซ้ำแจ้งความคดีไม่คืบ ตำรวจอ้างมีแค่คลิปทำอะไรไม่ได้

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 เพจเฟซบุ๊กแหม่มโพธิ์ดำ เผยเรื่องราวสุดหนักใจของร้านขายเสื้อผ้าชื่อดังหลายแห่งในย่านสยาม ที่กำลังโดนแก๊งมิจฉาชีพชาวเวียดนามเข้ามาขโมยชุดหลายครั้ง แต่ทางเจ้าหน้าที่แทบไม่สามารถตามตัวได้ทั้งที่มีหลักฐานชัดเจน

3_5

โพสต์ดังกล่าว เป็นเรื่องราวของร้านเสื้อในห้างดังแห่งหนึ่ง ซึ่งมีสาขาทั้งที่ สยามเซ็นเตอร์ และเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งปัจจุบันถูกแก๊งขโมยชาวเวียดนาม ซึ่งมีคนไทยปะปนอยู่ด้วย เข้ามาขโมยของในร้านบ่อยครั้ง โดยทางพนักงานที่ร้านได้ถ่ายคลิปโจร รวมถึงได้เข้าแจ้งความให้ปากคำกับตำรวจหลายครั้ง แต่โจรเหล่านี้ก็แทบไม่เคยถูกจับได้ ซ้ำทางตำรวจยังบอกว่า มีแค่คลิปทำอะไรไม่ได้หรอก จึงรู้สึกหมดหวังในเรื่องนี้มาก

ทั้งนี้หลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปก็มีผู้คนในโลกออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยส่วนใหญ่ไม่พอใจกับคำพูดของตำรวจที่ว่ามีคลิปก็ทำอะไรไม่ได้ รวมถึงเห็นใจร้านค้าในละแวกนั้นที่ไม่รู้จะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร

รวบครูสาวคลั่ง บงการสั่งฆ่า ร.ต.ท. สามีตัวเอง แค้นจัดหลังจับได้แอบซุกกิ๊ก

snapshot_16

ตำรวจทุ่งสง จับกุมผู้บงการฆ่า ร.ต.ท. คือภรรยาผู้ตายที่มีอาชีพเป็นครู เผยแค้นที่สามีซุกกิ๊ก ก่อนนำเงิน 150,000 จ้างคนขี่รถตามยิงดับ

จากกรณีสองคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ไล่ยิงสังหาร ร.ต.ท. วิชัย สีดารอด อายุ 61 ปี อดีตตำรวจตระเวนชายแดนที่ 42 ค่ายศรีนครินทรา อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ขณะที่ผู้ตายกำลังกลับบ้านหลังจากไปส่งภรรยาที่ทำงานเป็นครูในโรงเรียนแห่งหนึ่ง โดยตำรวจมุ่งประเด็นความขัดแย้งส่วนตัวเพราะผู้ตายเป็นคนพูดจาโผงผางไม่กลัวใคร ดังที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 พล.ต.ต. วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช ได้เดินทางมายัง สภ.ทุ่งสง เพื่อร่วมสอบปากคำ นางเรวดี สีดารอด อายุ 53 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต นอกจากนี้ยังติดตามไปจับกุมตัว นายอรุณเดช จันทร์ปรุง อายุ 39 ปี มาสอบสวน หลังพบภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าโรงเรียนทำให้ทราบว่าชายรายนี้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

00_30

หลังสอบสวนนางเรวดี สารภาพว่า ตนเป็นคนว่าจ้างให้นายอรุณเดช ไปหามือปืนมายิงสามีตัวเอง เหตุไม่พอใจที่สามีแอบไปมีกิ๊ก รวมถึงตนยังถูกทำร้ายตบตี จึงตัดสินใจนำเงิน 150,000 บาท ไปใช้จ้างวานฆ่า โดยจ่ายให้ไปก่อนจำนวน 17,000 บาท เพื่อเป็นค่าก่อเหตุดังกล่าว

ทั้งนี้ หลังได้รับข้อมูลทางตำรวจจึงไปค้นบ้านนายอรุณเดช ตำรวจพบอาวุธปืนพกขนาด .357 พร้อมกระสุนปืน 6 นัด นอกจากนี้ยังพบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยอีก 2 คัน จึงยึดมาตรวจสอบทั้งหมด เบื้องต้น นายอรุณเดช ให้การปฏิเสธ แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ ก่อนจะคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หนุ่มแค้นจัด โดนห้ามเข้าคอนเสิร์ตที่อยุธยา คว้าปืนเอ็ม 16 หวังไปถล่มยิง

3_326

หนุ่มแค้นปมคอนเสิร์ตไม่ให้เข้างาน แบกปืนเอ็ม 16 กะเข้ายิงถล่ม แต่เจอด่านตำรวจจึงถูกยิงสกัด ด้านคนขับรถหลบหนีได้เจ้าหน้าที่เร่งล่าตัว

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุยิงกัน บริเวณถนนข้างวัดภูเขาทอง ม.5 ต.ลุมพลี มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ เป็นถนนเลียบพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง วัดภูเขาทอง พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อจีพีเอ็กซ์ ล้มคว่ำอยู่ ใกล้กันพบนายสรศักดิ์ สุขสังวร อายุ 23 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงที่ขาขวาได้รับบาดเจ็บ จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ห่างออกไปบริเวณริมถนนพบอาวุธปืนเอ็ม 16 สภาพดัดแปลงตกแต่ง เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนพบว่านายสรศักดิ์ ที่เพิ่งพ้นโทษข้อหาปล้นรถจักรยานยนต์มาได้ไม่นาน ได้ชวนนายเรวัตร แดงหลุ่ม อายุ 28 ปี และเพื่อน ๆ ไปเที่ยวงานคอนเสิร์ตหนึ่ง แต่ปรากฏว่าทางผู้จัดงานไม่ให้เข้า ทั้งหมดจึงไปนั่งดื่มสุรากัน และยังไม่หายโมโหที่ถูกห้าม จึงตั้งใจจะเอาปืนไปยิงถล่มงานดังกล่าว ขณะที่ทั้งคู่ขี่จักรยานยนต์มาก็ได้เจอกับด่านตำรวจ ซึ่งนายเรวัตรที่เป็นคนขับได้ทิ้งรถจักรยานยนต์และวิ่งหนีเข้าป่าไป แต่นายสรศักดิ์กลับยกปืนเอ็ม 16 เล็งใส่ จึงถูกเจ้าหน้าที่ยิงขาได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

แม่ใจสลาย วอนรื้อคดีลูกชายตายปริศนา ถูกเพื่อนตามฆ่าแต่กลับสรุปว่าจมน้ำ

1_549แม่วอนตำรวจรื้อคดีลูกชายจมน้ำตายที่ จ. พิษณุโลก มั่นใจถูกวัยรุ่นฆาตกรรม พยายามหาหลักฐานมาพิสูจน์นานกว่า 3 ปี แต่ทำอะไรไม่ได้ ขอพลังชาวโซเชียลช่วยคืนความเป็นธรรมให้ลูกชาย

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 เฟซบุ๊กเพจ แหม่มโพธิ์ดำ ได้แชร์เรื่องราวของหญิงรายหนึ่ง ที่ก่อนหน้าเมื่อปี 2557 ลูกชายของเธอเสียชีวิตปริศนาจากการจมน้ำที่บ่อดินในจังหวัดพิษณุโลก แต่เชื่อว่าแท้จริงแล้วลูกชายถูกทำร้ายร่างกาย และมีหลักฐานร่องรอยพอจะพิสูจน์ได้ว่าลูกชายถูกฆาตกรรม แต่ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผลเนื่องจากฐานะไม่เอื้ออำนวย จะมาขอพลังชาวโซเชียลช่วยทวงคืนความยุติธรรมจากการเสียชีวีตของลูกชาย

โดยเรื่องราวมีอยู่ว่า เมื่อวันที่ 3 เมษายน ปี 2557 เด็กชาย ศุภชัย ธรรมานุพัฒน์ชื่อเล่นว่าต๊อก ได้เสียชีวิตลงอย่างเป็นปริศนา ในตอนแรกคุณแม่ของต๊อกเชื่อว่า น้องจมน้ำตายที่บ่อดินในจังหวัดพิษณุโลก เนื่องจากเพื่อนสองคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุตัวเปียกปอนและสั่นเทาและชี้แจงทุกคนว่าเช่นนั้น ซึ่งขัดกับพยานแวดล้อมที่ยืนยันว่านอกจากเด็กสองคนที่มากับต๊อก ยังมีกลุ่มวัยรุ่นหลายคนลงไปแถวบ่อด้วย แถมพอวันสุดท้ายก่อนเผา แม่ก็ฝันถึงต๊อก น้องพูดว่า “ต๊อกจะไม่ยอม ต๊อกจะเอาคนที่ ทำร้ายต๊อกมาพูดให้ได้”

2_415

จากนั้น พอวันรุ่งขึ้นเพื่อนคนที่อยู่ในเหตุการ์ณที่น้องต๊อกตายนั้นก็ร้องไห้ฟูมฟายมาในงานศพว่า “ต๊อกไม่ได้จมน้ำตายเอง ต๊อกโดนกลุ่มวัยรุ่นทำร้าย”จนแขกมากมายได้ยินกันหมด จึงขอรื้อคดีอีกยกเลิกเผาทันทีในวันนั้น แม่เลยส่งน้องไปชันสูตรเพิ่มเติมหลาย ๆ ที่ ผลออกมาว่าน้องถูกฆาตกรรม มีทั้งซี่โครงหัก รอยช้ำตามลำตัว รอยนิ้วตามลำคอ ทุกอย่างชี้ให้เห็นว่าน้องต๊อกไม่ได้ตายจากการจมน้ำ

ถึงแม้คุณแม่ต๊อกจะยากจน แต่ด้วยความมั่นใจว่าบุตรชายถูกฆาตกรรม ช่วงแรกคุณแม่จึงปักหลักนอนที่วัดเผื่อเฝ้าศพบุตรชาย พอหลังศพถูกนำไปชันสูตรอีกครั้ง คุณแม่ก็ตะลุยไปหน่วยงานต่าง ๆ 20 กว่าแห่งเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม เพื่อหวังเรียกร้องความยุติธรรมให้บุตรชายตามที่น้องได้มาเข้าฝันขอให้แม่จับผู้ร้ายตัวจริงมาให้ได้

ทั้งนี้ เหตุการณ์จริงน่าจะเกิดจากการที่น้องต๊อกโดนรุมทำร้ายร่างกายก่อน จากกลุ่มวัยรุ่นแล้วจากนั้นเพื่อนสนิท 2 คนที่ไปด้วยกันก็ช่วยกันรุมทำร้ายจนน้องต๊อกแย่ ไม่มีทางสู้อะไรเลย แล้วน้องต๊อกยกมือร้องขอชีวิตเขาแต่ไม่เป็นผล แล้ววัยรุ่นก็จากไป จากนั้นเพื่อนสนิท 2 คนช่วยกันจับแขนและขาน้องต๊อกลากลงในน้ำตื้น บีบคอน้องต๊อก ระหว่างนั้นน้องต๊อกสู้ด้วยการเอาเล็บข่วนที่แขนเพื่อนอีกคนจนเป็นแผล แล้วหมดลมหายใจ เพื่อน 2 คนจึงปล่อยร่างน้องต๊อกลงไปในน้ำซึ่งไม่ลึก แล้วเพื่อน 2 คนนั้นไปยืนอยู่บนขอบบ่อดินขุดแล้วจึงไปเรียกคนงานก่อสร้างระแวกนั้นว่าเพื่อนผมจมน้ำตาย พยานแวดล้อมแจ้งว่า น้ำนิ่งมาก ไม่เหมือนการจมปกติที่จะต้องมีน้ำจะมีการเคลื่อนไหวที่เกิดจากคนดิ้น

ดาบตำรวจโหด กระหน่ำยิงสาวดับคารถหน้าค่ายต่อหน้าทหาร ก่อนมอบตัว

ea1f5dbc-db51-4ed5-9bc0-5d3276ddfe39

ดาบตำรวจบุกยิงเพื่อนสาวดับคารถ ต่อหน้าทหารหลายนายที่เข้าเวรอยู่และกำลังเข้าเวรในค่ายสฤษดิ์เสนา ตำรวจคาดปัญหาส่วนตัวและปมชู้สาว ล่าสุดเข้ามอบตัวแล้ว
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณหน้าป้อมเวรยามทหารประตูทางเข้าค่ายสฤษดิ์เสนา กรมรบพิเศษที่ 4 ริมถนนเส้นพิษณุโลก-หล่มสัก หมู่ 2 ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จึงเข้าไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีขาว จอดคาอยู่ที่ประตูทางเข้าค่ายทหาร ที่เบาะคนขับพบร่าง น.ส.กนก อายุ 35 ปี พนักงานหน่วยงานองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ มีบาดแผลถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่บริเวณมือขวา หน้าอก หน้าท้อง สีข้างซ้าย-ขวา หน้าขาซ้าย-ขวา รวม 11 แห่ง ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. 5 ปลอกตกอยู่ข้างรถ และร่องรอยกระสุนปืนยิงเข้าที่ข้างรถฝั่งขวา 1 รู
ทั้งนี้คนร้ายคือ ด.ต. วุฒิกร มหา อายุ 49 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจประจำ สภ.แก่งโสภา จ.พิษณุโลก โดยหลังก่อเหตุได้จอดรถฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์เงิน ทิ้งไว้ริมถนนใกล้กับที่เกิดเหตุแล้ววิ่งหนีไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่พบตัว ก่อนจะประสานผ่านญาติให้เข้ามามอบตัว เพราะหวั่นว่าผู้ต้องหาจะเกิดความเครียดจนคิดสั้นฆ่าตัวตาย
จากการสอบถาม น.ส.ปัณฑ์รพี อายุ 49 ปี เพื่อนผู้ก่อเหตุ ให้การว่า ตนเองและ ด.ต. วุฒิกร ได้ไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ก่อนพบ น.ส.กนก นั่งรออยู่ ทั้งนี้เมื่อทุกคนแยกย้ายกลับบ้าน ตนได้ติดรถไปกับ น.ส.กนก เพราะจะกลับ จ.นครสวรรค์ แต่ระหว่างทาง ด.ต. วุฒิกร ได้ขับรถตามมาด้วยความเร็วก่อนจะมาปาดหน้า ทำให้ทาง น.ส.กนก รีบเข้าไปขอความช่วยเหลือจากทหารที่เฝ้าเวรยามอยู่หน้าค่ายสฤษดิ์เสนา แต่ ด.ต. วุฒิกร ก็ยังตามมาข่มขู่พร้อมพูดว่า “มึงไม่เคลียร์กับกูใช่ไหม” ก่อนกลับไปเอาปืนในรถมาจ่อยิงใส่ น.ส.กนก ท่ามกลางทหารที่เห็นเหตุการณ์อยู่หลายนายพยายามเข้าช่วยเหลือ ก่อนจะวิ่งหนีไป
อย่างไรก็ดี ล่าสุด ด.ต. วุฒิกร ได้ติดต่อเพื่อนตำรวจขับรถพามามอบตัวกับตำรวจที่ สภ.วังทอง โดยรับสารภาพว่าเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจริง ส่วนสาเหตุของการยิงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวน ขณะที่ศพของผู้เสียชีวิตทางตำรวจได้นำไปไว้ที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลพุทธชินราช และติดต่อให้ญาติมารับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาต่อไป
เหลือเชื่อ! พี่น้องร่วมสายเลือด 9 คน ตั้งแก๊งตระเวนลักทรัพย์ ตำรวจกองปราบฯตามรวบได้ 4 เร่งไล่ล่าอีก 5 ที่เหลือ

ล่า 9 พี่น้องร่วมสายเลือด ตั้งแก๊งฉกของตามห้างนาน 14 ปี จับได้แล้ว 4 ราย

60455a08-3b2f-45b3-ac33-8fbcc0261abaตำรวจกองปราบปราม ตามจับกุม 9 พี่น้องร่วมสายเลือด ตั้งแก๊งเป็นโจรตระเวนลักทรัพย์ตามห้างสรรพสินค้า-ร้านสะดวกซื้อ ตั้งแต่ปี 46 ล่าสุดจับได้แล้ว 4 ราย
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 มีรายงานว่า ตำรวจกองปราบปราม (บก.ป.) นำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาหลายรายประกอบด้วย
1. น.ส.ติ๋ม เอี่ยมผึ้ง อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดปราจีนบุรี ข้อหาลักทรัพย์
2. น.ส.จิ๋ว เอี่ยมผึ้ง อายุ 44 ปี จำเลยตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสงคราม ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ
3. น.ส.ต๋อย เอี่ยมผึ้ง อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์
ซึ่งทั้งหมดเป็นพี่น้องกัน โดยจับกุม น.ส.ติ๋ม ได้ที่ จ.ปทุมธานี ส่วน น.ส.จิ๋ว จับกุมได้ที่ซอยกุนนที เขตดินแดง กทม. ขณะที่ น.ส.ต๋อย สามารถจับกุมได้ที่หมู่บ้านเอื้ออาทรคลองถนน เขตสายไหม กทม.
สืบเนื่องจากผู้ต้องหาทั้ง 3 คนนี้ รวมถึงพี่น้องร่วมสายเลือดอีก 6 คน รวมเป็น 9 คน มีพฤติการณ์ก่อเหตุลักทรัพย์ตามห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ มาตั้งแต่ปี 2546 ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันเป็นเวลาร่วม 14 ปี ซึ่งคนร้ายทั้งหมดแยกย้ายกันก่อเหตุในหลายพื้นที่ด้วยกัน
ต่อมาผู้ต้องหาทั้ง 3 คนนี้ถูกแจ้งความดำเนินคดี และถูกศาลออกหมายจับไว้ เมื่อถูกจับกุมและส่งตัวไปดำเนินคดีในชั้นศาลแต่กลับหลบหนีระหว่างได้รับการประกันตัว กระทั่งมาถูกจับกุมได้ดังกล่าว จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ จึงนำผู้ต้องหาส่งศาลที่ออกหมายจับไว้เพื่อดำเนินคดีต่อไป
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหาแก๊งนี้ ทราบว่า ก่อนหน้าที่จะมีการจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายนั้น เจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาสมาชิกแก๊งดังกล่าวได้แล้ว 1 ราย ทำให้ขณะนี้เหลือผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีการจับกุมอีก 5 ราย