แอร์ฟรานซ์สกัด 15 ผู้โดยสารไปสหรัฐ

สำนักข่าวเอพีรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ว่า แอร์ ฟรานซ์ กล่าวในแถลงการณ์ว่า ได้รับแจ้งจากรัฐบาลสหรัฐเมื่อวันเสาร์ (28 ม.ค.) เกี่ยวกับข้อจำกัดใหม่ และแอร์ ฟรานซ์ ไม่มีทางเลือก นอกจากหยุดยั้งผู้โดยสารของ 7 ประเทศต้องห้าม ไม่ให้ขึ้นเครื่องเที่ยวบินที่เดินทางสู่สหรัฐ โฆษกหญิงของแอร์ ฟรานซ์ เผยเมื่อวันจันทร์ ว่า ผู้โดยสาร 15 คนของหลายประเทศมุสลิม ถูกเชิญกลับไปยังห้องผู้โดยสารขาออกของสนามบินต้นทาง

แต่ปฏิเสธที่จะระบุชื่อ สัญชาติ หรือรายละเอียดอื่นๆ ของผุ้โดยสารกลุ่มนี้ ส่วนสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในวันเดียวกัน ว่า ประชาชนในสหราชอาณาจักรกว่า 1 ล้านคน เข้าชื่อกันในหนังสือร้องเรียน เมื่อวันจันทร์ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกแผนการต้องรับการมาเยือนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ หลังจากทรัมป์ออกคำสั่งระงับการออกวีซ่าแก่ประชาชนของ 7 ประเทศมุสลิม เป็นเวลา 90 วัน นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เผชิญแรงกดดันมากขึ้น เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเธอกับทรัมป์ และ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านอังกฤษ รวมทั้งสมาชิกหลายคนของพรรคอนุรักษ์นิยมของเธอ
ได้เรียกร้องต่อคณะรัฐมนตรีให้ทบทวนการเดินทางเยือนของทรัมป์ ที่จะมีขึ้นปลายปีนี้ ซึ่งทรัมป์จะได้รับเกียรติให้กล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภาอังกฤษ และเข้าเฝ้าสมเด็จพระนางเจ้าเอลิซาเบ็ธ ที่ 2 องค์พระประมุขแห่งเครือจักรภพ แต่โฆษกทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า รัฐบาลอังกฤษเป็นผู้ส่งหนังสือเชิญไปยังทรัมป์ และทำเนียบขาวได้ตอบรับแล้ว เมย์ประกาศการเยือนระหว่างการพบปะเจรจากับทรัมป์ ที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน เมื่อวันศุกร์ (27 ม.ค.) โดยการเชิญทรัมป์มีจุดหมายเพื่อตอกย้ำ “ความสัมพันธ์พิเศษ” ระหว่าง 2 ประเทศ รวมทั้งส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้า หลังจากอังกฤษถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู)